ความเชื่อ just believe

วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2563

อย่ายึดติดกับสิ่งใด

อดีตไม่สำคัญ
ปัจจุบันคือความจริง
ยึดติดอยู่กับอดีตจะไม่มีอนาคต
อดีตทำร้ายใครไม่ได้ เพราะอดีตไม่มีความสำคัญกับใครหรอกหนา
ใครที่ปรารถนาจะย้อนวันเวลา คงมีแต่ผู้ที่ไม่ปรารถนาจะอยู่ในโลกของความเป็นจริง อดีตแก้ไขไม่ได้ ปัจจุบันที่เป็นอยู่คือสิ่งที่ต้องแก้ไข จะดีหรือชั่ว รู้อยู่แก่ใจ ระลึกนึกถึงแต่อดีต ไม่มีประโยชน์อันใด ไสยศาสตร์ในอดีตยังต้องสูญสลายหายสิ้นไป ไสยศาสตร์ในปัจจุบันก็ทำอันตรายใครไม่ได้ เพราะอดีตไม่มีวันหวนคืน อนาคตไม่มีไสยศาสตร์ เพราะถูกกำจัดให้มลายหายสิ้นไปแล้วหนา ใครอยากจะย้อนวันเวลา คงต้องระลึกนึกถึงเมื่อครั้งที่ยังไม่ได้เกิดมา ถึงสาเหตุแห่งการเกิด ว่า ได้เกิดมาจากสิ่งใด สิ่งใดที่ทำให้ได้เกิดมา สิ่งนั้นแหละหนาคือสิ่งที่น่าคิดคำนึง ได้เกิดมาแล้วก็ทำหน้าที่ของการเกิดให้ดีเถิดหนา เพราะเวลาชีวิตมีขีดจำกัดรู้ไว้ในทุกครา ถึงเวลา ก็ต้องไป พลัดพราก แยกจาก แม้สังขารที่ได้มาเมื่อครั้ง ที่ได้เกิดเอย

วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2563

กรรมของการเบียดเบียน

เบียดเบียนเพราะเดือดร้อน ไม่เดือดร้อนก็ไม่เบียดเบียนไม่ทุกข์ไม่คิดร้าย คิดร้ายเพราะทุกข์ที่มีอยู่ในใจ ผู้มีความสุข สงบในจิตวิญญาณ ผู้อยู่ดีกินดี ไม่เสาะแสวงหาความเดือดร้อนใส่ตน ผู้สูญเสียในกรรมดี บาปอกุศล จะบันดาลดลให้พบให้เจอกับความสูญเสีย พบเจอกับความเสื่อม เรียนรู้ในสิ่งที่จะทำให้เสื่อมในการผุดเกิดเป็นคน ไม่มีคำว่า ครอบครัวในผู้ที่แสวงหาวิธีที่จะสร้างบาปอกุศลนั้นทั้งหลาย เมื่อตายไปจึงกลายเป็นเปรตสัมภเวสีผีไม่มีญาติ เมื่อมีชีวิตอยู่จึงยังไม่รู้ภพภูมิในโลกหลังความตาย เมื่อละจากกายตายไปเป็นผีถึงได้รู้ว่า บาปกรรมของการเบียดเบียน มันไม่มีคำว่าดี ขัดขวางการทำมาหากินของผู้อื่น กรรมของการขัดขวางจะบันดาลดลให้ เป็นผีที่อดอยากหิวโหย แม้ยังไม่ตายก็ไร้ซึ่งความสำเร็จ ทำสิ่งใดก็ล้มเหลว ค้าขายขาดทุนอยู่ร่ำไป ทำมาหากินสิ่งใดก็ไม่ได้ผลกำไร เพราะกรรมที่เคยเบียดเบียน เรียกว่า ล้มละลายทางจิตวิญญาณ ไม่สามารถเรียกคืนกรรมดีที่สูญเสียไป เพราะเลือกเดินเส้นทางของคำว่า บาปอกุศล กระทำกรรมชนิดเดียวกันกับผู้ที่ไปใช้กรรมในนรก นรกมีหลายขุม บาปเยอะที่สุดก็ขุมสุดท้าย ผู้ที่กระทำแต่กรรมของการเบียดเบียนคือผู้ที่เกิดมาเพื่อล้างผลาญเผ่าพันธ์ุวงศ์ตระกูลของตนเอง เป็นเสนียดจัญไร เป็นผู้ที่ทำลายทรัพย์สมบัติของบิดามารดา ด้วยบาปอกุศลที่มีในจิตวิญญาณ เมื่อก่อบาปทำเวร เวรกรรมนั้น จะไปถึงยังผู้ให้กำเนิด ในทางกลับกัน ถ้ามีบิดามารดาที่เบียนเบียน คิดร้ายผู้คน  บาปอกุศลจะไปถึงยังบุตรทั้งหญิงชาย เรียกว่า วงเวียนแห่งกรรม กรรมจึงย้อนกลับไปทำลายผู้ที่ปรารถนาในกรรมนั้นๆ คนเล่นหวยซื้อหวยจะไม่กล้าคิดร้ายใคร เพราะกลัวกรรมแห่งการคิดร้ายจะไปขัดขวางโชคลาภของตน ผู้คิดร้ายทั้งหลายจึงเป็นผู้ที่ไม่เล่นหวยไม่ซื้อหวยไม่แสวงหาโชคลาภใดๆ เพราะกรรมของการเบียดเบียนผู้อื่นเป็นกรรมที่บั่นทอนโชคลาภ ทำให้ไม่มีวาสนา หรืออาจจะเป็นกรรมของวิชา ที่เข้าไปข้องเกี่ยว อวิชา คุณไสย มนต์ดำ ไสยศาสตร์แขกทั้งหลาย เป็นวิชาของผู้ที่ไม่ซื้อหวย วิชาที่ไม่แสวงหาโชคลาภ วิชาที่เรียนเพื่อเป็นผีกระสือๆต้องกินสิ่งปฏิกูล เพื่อเพิ่มแสงแพลนตอลในตนเอง หากอยากเห็นพรายน้ำต้องไปดูที่น้ำเน่าน้ำเสียทั้งหลาย จะเห็นแสงสีเขียวสะท้อนขึ้นมา วิชาของกระสือก็ใช้กฏเดียวกัน วิชาผีปอบ ต้องกินของสดของคาว เพื่อเพิ่มสัญชาติญาณของสัตว์เดรัจฉาน วิชาผีปอบส่วนใหญ่จะผูกจิตวิญญาณไว้กับหมาดำ มักแสดงตนเป็นหมาดำตัวใหญ่ให้ผู้คนได้เห็น ผีที่มองเห็นคนแล้วเข้าแทรกตามร่างกาย ส่วนใหญ่จะเป็นผีที่ไร้บุญกุศล ผีที่มีความทุกข์ทรมาน อยากให้คนรู้ว่ามันมีความทรมานอย่างไร ก็จะแสดงความเจ็บปวดในส่วนนั้นๆของร่างกายให้คนได้รับรู้ เพื่อเรียกร้องความสนใจ เพราะผีจำพวกนี้ส่วนใหญ่เป็นผีที่ไม่มีใครสนใจ จึงมาเบียดเบียนมนุษย์โดยไม่รู้ว่า นั่นคือกรรมของการเบียดเบียน ผู้ที่อยู่ในโลกแคบ ผีที่ถูกสะกดไว้ในหลุมในโลง ผีที่ถูกใช้ให้มาแฝงตามร่างกายทั้งหลาย เป็นผีที่ไม่ได้รับในสิ่งดี แต่จะรับเอากรรมไม่ดีของผู้เป็นเจ้าของสังขาร ผีจะกัดกินสิ่งไม่ดีที่เข้ามาในร่างกาย เพราะกรรมของการเบียดเบียน ผีจะกินได้แต่สิ่งที่ไม่ดี เพื่อชดใช้กรรมที่เข้ามาวุ่นวายในกายสังขารของคน ผีที่ทำให้คนเป็นโรคร้าย ส่วนใหญ่จะเป็นผีที่มีกรรมร่วมกันกับคนๆนั้น ถ้าไม่มีเวรกรรมต่อกัน ผีร้ายทั้งหลายก็ทำอันตรายไม่ได้
ผีดีก็มีเยอะ ผีไม่ดีก็มีมาก สังคมของผี ก็ไม่ได้แตกต่างจากมนุษย์สักเท่าไหร่ มีความเป็นอยู่คล้ายๆกัน แต่อยู่คนละภพภูมิ มีหน้าที่ มีความรับผิดชอบ มีที่อยู่อาศัยหากเคยสะสมบุญกุศล อยากมีโชคลาภ อยากมีเงิน ต้องไม่คิดร้ายใคร ไม่สนใจเรื่องชั่วของคนอื่น ไม่อย่างงั้นกรรมชั่วของผู้อื่นมันจะมาบั่นทอน แทนที่จะได้กลับต้องเสียไปอย่างน่าเสียดาย เพราะกรรมของการเบียดเบียน

 

วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2563

บุญกุศลสะสมข้ามภพชาติ

บุญกุศลที่เคยสร้างไว้ในอดีตชาติส่งผลในภพชาติปัจจุบัน มาในรูปแบบต่างๆให้ได้รู้และเห็นในบุญกุศลที่เคยสร้างไว้ เกิดมาภพชาติปัจจุบัน เมื่อชดใช้กรรมจนหมดสิ้นแล้ว บุญกุศลที่เคยสร้างไว้จะส่งผล ให้ได้รับในผลบุญนั้น ภพชาติปัจจุบันหากสร้างกุศล ผลบุญที่เคยสร้างไว้ก็จะสะสมไปเรื่อยๆไม่มีวันหมด แม้ในโลกหลังความตายก็จะมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง มีความสงบสุข เพราะบุญกุศลที่เคยสร้างมาหลายภพชาติ ผู้ฝึกจิตดีแล้ว จะมองเห็นบุญกุศลของตนเอง ว่าสร้างไว้มากน้อยเพียงใด ในภพชาติปัจจุบันจะได้เร่งบำเพียญเพียร สร้างกุศลให้มากยิ่งๆขึ้นไป เป็นกุศลผลบุญเฉพาะตน คือความสงบ ไม่มีความเดือดร้อนในจิตวิญญาณ  กุศลที่เคยสร้างไว้จะมาช่วยเหลือในยามที่ต้องการ แม้นอยู่ท่ามกลางหมู่มาร กุศลของตนจะขจัดมารร้ายให้มลายหายสิ้นไป เป็นพละกำลังมหาศาลทำลายมารร้ายให้ทำอันตรายไม่ได้ เป็นเกราะคุ้มกันใจกาย ให้ห่างไกลภัยร้ายทั้งปวง หากอยากเห็นบุญกุศลของตนหนา ต้องฝึกความสงบในใจ ไม่วุ่นวายกับใครเขา ฝึกดูจิตดูใจของตน ไม่เอาเรื่องของใครเขามาใส่ใจเรา ให้รู้ในทุกขณะจิต ว่าวันนี้มีชีวิตอยู่เพื่อสิ่งใด กรรมดีมีไหมในวินาทีนี้ หากทำดีกับใครไม่ได้ ก็ให้ทำดีกับตนเอง ระลึกนึกถึงตนเองในสิ่งที่ดีนั้นทั้งหลาย ทำทุกวินาทีให้มีสิ่งดีอยู่ในใจ ความดีที่เคยสร้างไว้จะบันดาลดลให้รู้เห็นในกุศลที่เคยสะสมมา ทุกอย่างล้วนมีเหตุและผล บางคนไม่เชื่อเรื่องบุญและบาป จึงไม่เร่งสร้างบุญกุศล มีจิตคิดร้ายผู้คน จึงไม่เห็นในกุศลที่เคยสร้างมา ใครจะเป็นอย่างไรก็ช่างเขา ใจของเราไม่เกาะเกี่ยวในบาปอกุศล จะได้ชื่อว่า เป็นผู้หลุดพ้น จากบ่วงบาป บ่วงกรรม บ่วงเวร



วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563

แช่งผีที่เบียดเบียน

คำสาปแช่งที่ใช้กับผีได้ทุกชนิด
แช่งให้ไม่ได้ผุดเกิดเป็นคน
แช่งให้ตกนรกหมกไหม้
แช่งให้ไร้กุศล ไม่มีสิทธิ์เป็นญาติใคร แช่งให้ทุกข์ทรมานอยู่ในนรกอเวจี แช่งให้เป็นผีไร้ญาติไปตลอดกาล แช่งให้ผีที่มาเบียดเบียนทุกข์ทรมานในทุกแห่งหน ใครให้กำเนิดผีร้ายมีส่วนผิดบาปถ้วนทั่วทุกตัวตน ใครเป็นผู้สืบสายโลหิตย่อมได้รับในบ่วงเวร แช่งได้กับผีในทุกศาสนา อย่าปล่อยให้ผีร้ายมาเบียดเบียน เพราะผีที่เบียดเบียนย่อมไม่มีดี ผีดีไม่เบียดเบียนใคร ผีกับคนก็ไม่ได้แตกต่าง คนเมื่อตายก็กลายไปเป็นผี แช่งผีหรือแช่งเจ้าของผีก็ถึงถ้วนทั่วทุกตัวตน เขาเรียกว่า แช่งของที่ส่งมา ผู้เขียนแช่งยิ่งกว่านี้อีก ผีกระเจิงร้องกรี๊ด โหยหวนแทบทุกราย เพราะผู้เขียนแช่งด้วยความถูกต้อง ไม่ได้ริเริ่มเบียดเบียนใครก่อน ผีที่ถูกใช้มาจึงไม่มีสิทธิ์ทำอันตรายใดๆ ผู้เขียนจึงแช่งได้ เพราะมีหน้าที่ทำลายผีคุณไสยให้หมดสิ้นไป จากคำบอกกล่าวของผู้มีหน้าที่ในโลกของวิญญาณ และจากการรู้เห็นการตัดสินบัญชีกรรมของท่านผู้มีหน้าที่ในโลกของวิญญาณ
*เบียดเบียนดวงจิตของผู้ที่มีชีวิตอยู่     เบียดเบียนดวงจิตของผู้ที่ตายไปแล้ว เป็นบาปมหันต์ บุญกุศลใดๆก็ลบล้างบาปกรรมที่ทำไว้ไม่ได้
คำกล่าวนี้จากท่านผู้มีหน้าที่ในโลกของวิญญาณ*

วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563

คำสาปแช่งที่ไม่ย้อนกลับเข้าตัว

ผู้แช่งต้องเป็นฝ่ายถูก ไม่ได้เบียดเบียนหรือคิดร้ายใครก่อน มักแช่งใส่ผู้ที่มาเบียดเบียนได้สำเร็จเสมอ ถึงแม้ศัตรูจะไม่แสดงตัวตนก็ตาม หากรู้ตัวว่าเป็นผู้ที่ถูกกลั่นแกล้งและมีผู้มากระทำ คำสาปที่แช่งไปจะไปถึงผู้กระทำด้วยบาปอกุศลที่ใช้กรรมชั่วมาเบียดเบียน ไม่ว่าจะใช้สิ่งใดมากระทำก็ตาม หากคิดว่าตนเองเป็นฝ่ายถูกมักแช่งได้สำเร็จ ถึงแม้จะใช้ภูติผีปิศาจ หรือใช้วิชามาร ผีร้ายก็จะเอาคำสาปแช่งไปสู่ผู้เป็นเจ้าของผี ให้เจ้าของผีร้ายมีอันเป็นไป ด้วยฤทธิ์ของบาปเวร วิชามารทั้งหลายจะย้อนกลับไปทำลาย ภูติผีทั้งหลายก็จะย้อนกลับไปทำลายเจ้าของผี จิตวิญญาณของผู้ที่ร่ำร้องเรียกหาแต่ความตายจะไม่มีดี ท่องคาถาเรียกผีเรียกความตาย มักตายกลายเป็นผีหมดสิ้นความเป็นคน ไสยศาสตร์คุณไสยที่ผู้เขียนใช้ไปไม่เคยย้อนกลับมาทำลาย เพราะผู้เขียนเป็นฝ่ายถูก และทำลายผู้ที่คิดร้ายทั้งหลายมานับครั้งไม่ถ้วน จึงมั่นใจว่าหากไม่คิดริเริ่มเบียดเบียนผู้ใด คำสาปแช่งที่เคยแช่งไป ก็จะไม่ย้อนกลับมา หลายคนคงคิดว่าทำไมไม่ปล่อยให้เป็นไปตามกฏแห่งกรรม ต้องถามตนเองก่อนว่า ใช่พระอิฐพระปูนไหม หากใช่ คงไม่รู้สึกรู้สาอันใด แต่ด้วยความที่เป็นผู้มีวิชา อย่างผู้เขียนนี้ ความอดทนคนเรามีขีดจำกัด บางอย่างก็ต้องสะสางด้วยตนเอง จะรอแต่กฏแห่งกรรมอย่างเดียวคงไม่ได้ หากไม่สู้ เท่ากับแพ้ แล้วจะยอมให้ตนเองเป็นผู้แพ้ได้อย่างไร ต้องสู้กันสักตั้ง กฏของไสยศาสตร์ ถ้าสู้กันแล้ว ต้องตายกันไปข้างนึง ไม่ตายไม่เลิก ไม่ใช่เราไม่เลิก แต่ไอ้ฝ่ายที่กระทำมา มันไม่ยอมเลิกรา แล้วคนอย่างเราจะยอมได้อย่างไร เกิดเป็นคนต้องสู้ ถึงแม้จะต้องสู้กับผีก็ตาม เพราะผู้ที่มากระทำกรรมแห่งการเบียดเบียน ไม่ได้มีแค่ตัวเดียว แต่มาเป็นหมู่คณะ มาเป็นกลุ่ม ที่เรียกว่า หมาหมู่ นั่นแหละ รับกรรมกันไปเป็นหมู่คณะ ไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่บวชอยู่ในศาสนา ยังไม่วายมีจิตคิดร้ายผู้คน การบวชไม่ได้ช่วยขัดเกลาจิตใจ บุญกุศลไม่มีในหมู่มาร เทพเทวดา ไม่มีในหมาหมู่ทั้งหลาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีในผู้ที่มีจิตเบียดเบียนคิดร้ายทั้งหญิงชาย มีแต่คำว่าตาย ไร้ผู้สืบสาย ไร้ความเป็นคน

วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

แช่งผี

ผีคือจิตภูติชนิดหนึ่ง เป็นได้ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต บางคนเป็นผีก่อนที่จะตาย อย่างเช่น ผีปอบ ผีกระสือ ผีกระหัง ผีขะมาว ผีทะมบ ผีอีอ๊าบ ผีญิน ผีฮาตูรายา และ บอมอฮาตู (หมอผี) ส่วนใหญ่เกิดจากกรรมพันธ์ุ รับช่วงจากต้นตระกูล เลี้ยงวิชาของผี มีอาชีพรับจ้างทำคุณไสย และสอนวิชาคุณไสยให้กับผู้ที่สนใจ โดยไม่กลัวเรื่องเวรกรรม วิธีกำจัดจิตวิญญาณที่ถูกใช้ให้มารบกวนหรือใช้ให้มาเบียดเบียน แก้ได้ด้วยการแช่งและส่งจิตวิญญาณที่มาเบียดเบียนทั้งหลายให้ไปสู่นรกอเวจีขุมสุดท้ายไปตลอดกาล ผู้เขียนใช้วิธีนี้แหละ ทำลายผีร้ายและเจ้าของผีให้สิ้นไป จะได้ไม่ต้องมาเบียดเบียนกันอีก นรกซัมสล๊าบปิสาเจวะ ฯ.

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

สาเหตุของความเจ็บป่วย

ความเจ็บป่วยของมนุษย์เกิดขึ้นจากกรรมพันธ์ุ เกิดจากการกระทำกรรมของตนเอง เกิดจากสภาพแวดล้อม เกิดจากการกระทำของภูติผีปิศาจ บางคนดูแลตนเองอย่างดี ก็ยังไม่วายเป็นโรคร้ายที่รักษาไม่หาย โรคภัยไข้เจ็บจึงเป็นกรรมอย่างหนึ่ง หากเกิดจากภูติผี พวกวิญญาณแฝง ที่ถูกใช้มาจากหมอผีต่างๆ ที่ปล่อยไปตามลม ในทุกช่วงเวลา ส่วนใหญ่ผู้เขียนจะส่งของนั้นคืนกลับ หรือสะกดไว้ หรือทำลายวิชาของผู้ส่งด้วยของที่ส่งมานั้น แต่ถ้าเป็นผู้ไม่รู้ในวิชาไสยศาสตร์ หากมีอาการเหมือนโดนลมเพลมพัด วิธีแก้ น้ำหนึ่งแก้ว ผสมเกลือและน้ำมะนาว ท่องคาถาถอนโบสถ์ถอนเสมา อาราธนาให้เป็นน้ำพุทธมนต์ ถอนเสนียดจัญไรให้ออกไป อาหารก็เป็นส่วนหนึ่งที่ใช้เป็นยารักษาโรคได้ กินอาหารตามฤดูกาลก็ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง หน้าหนาวก็กินอาหารที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น อาหารรสเผ็ดร้อน อาหารที่มีส่วนผสมของพริกไท ขิง ปรับหยินหยางในตัวให้สมดุล โรคภัยไข้เจ็บก็จะไม่มี ที่สำคัญต้องไม่เครียด หากรู้สึกว่า คิดสิ่งใดมากเกินไป สมองเริ่มรับไม่ไหวให้หยุดคิดทันที สมองปลอดโปร่งแล้วค่อยเริ่มคิดใหม่ หากมีอาการเจ็บป่วยให้หลีกเลี่ยง งานอวมงคล สถานที่อโคจร สถานที่ๆคนแออัดพลุกพล่าน พักผ่อนให้เพียงพอ เพียงแค่นี้ก็สามารถที่จะยืดอายุของสังขารให้ยืนยาว...

 


วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ

ห้ามคนอื่นไม่ให้โง่ ยากยิ่งกว่าห้ามตนเอง

ห้ามตนเองไม่ให้โง่ นั้นง่ายกว่า

ห้ามคนชั่วไม่ให้ชั่วยากยิ่งกว่าห้ามตนเอง

ห้ามตนเองไม่ให้ชั่วนั้นง่ายกว่า

กรรมชั่วบางครั้งก็เป็นสิ่งที่อยู่ติดกับจิตวิญญาณมาตั้งแต่เกิด ที่เขาเรียกกันว่า"สันดาน"เป็นอุปนิสัยที่แก้ได้ยาก ต้องปล่อยให้เป็นไป จนกว่ากรรมชั่วจะส่งผล โดยเฉพาะนิสัยที่ชอบทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน พวกที่ชอบทำตัวเป็นบ่างช่างยุ ติฉินนินทาว่าร้าย เพราะความอิจฉาริษยา กลัวว่าผู้อื่นจะได้ดี แทนที่จะทำดีให้ได้อย่างเขา แต่กลับพยายามจะฉุดรั้งเขาให้ได้ตกต่ำ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็ด้วยคาถา ไสยศาสตร์ที่ใช้ทำลายกันมีอยู่เยอะแยะมากมาย ไม่ชอบใจใครก็เขียนชื่อไปนั่งทับ สาปแช่งเขาต่างๆนาๆ บางคนหนักหน่อยถ่ายรูปเขาแล้วเอาไปใส่ไว้ในรองเท้าเพื่อเหยียบย่ำ กรรมของผู้ที่ทำเช่นนี้มักมีปัญหากับอวัยวะในส่วนที่ใช้ทำร้ายเขา เพราะได้ชื่อว่า"สำเร็จในบาป" กรรมจึงส่งผล ใครอยากจะทำในสิ่งที่เรียกว่ากรรมของการเบียดเบียนให้สำเร็จ ทั้งวจีกรรม มโนกรรม และกายกรรม ผู้สำเร็จแล้วซึ่งกรรมชั่วที่ตนปรารถนาคือผู้ที่ต้องไปสู่นรกภูมิ เมื่อสำเร็จแล้วซึ่งกรรมชั่ว ผลบุญที่เคยสร้างมาทุกภพชาติจะถูกทำลาย ด้วยผลของความสำเร็จในกรรมชั่วนั้น บางคนพยายามคิดร้ายผู้อื่นแต่ทำร้ายผู้อื่นไม่สำเร็จสักที ก็ได้บนบานศาลกล่าววอนขอ ต่อฟ้าดิน ขอให้คิดชั่วทำชั่วกับผู้อื่นได้สำเร็จ โดยไม่รู้ว่า ความสำเร็จในกรรมชั่วที่ได้มานั้น ต้องแลกกับสิ่งใด เลือกที่จะชั่วจึงไม่มีดี ความสำเร็จในกรรมชั่วเป็นมรดกอย่างหนึ่ง ทายาทต้องรับช่วงความสำเร็จในกรรมชั่วนั้น ยากที่จะห้าม กรรมชั่วเป็นสิ่งที่มนุษย์บางจำพวกปรารถนา เส้นทางแห่งกรรมมีสองเส้นทาง ชั่วและดี หากสำเร็จในกรรมชั่ว เดินบนเส้นทางที่ชั่ว หากสำเร็จในกรรมดี เดินบนเส้นทางที่ดี เส้นทางดีเดินไปสู่ภพภูมิที่ดี เส้นทางชั่วเดินไปสู่ภพภูมิที่ชั่ว ไม่มีใครจะห้ามใครได้ หากเป็นเส้นทางที่เขาเลือกเดิน เพราะยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ต้องปล่อยให้เขาเป็นไปตามใจที่ปรารถนาในกรรมนั้นๆเพราะผู้ที่ต้องไปใช้กรรมในนรกภูมิคือผู้ที่ล้วนสำเร็จในกรรมชั่วทั้งปวงโดยไม่มีบุญกุศลใดๆไปหักล้าง เพราะเส้นทางแห่งกรรมชั่วคือเส้นทางที่ไร้บุญกุศล ส่งผลในภพชาติปัจจุบัน ทั้งมนุษย์และอมนุษย์

วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

ทำกินและไม่ทำกิน

 ผู้ที่ทำมาหากินเพราะมีภาระหน้าที่ของการได้ผุดเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาต้องดูแลตนเองและผู้ที่อยู่รอบข้างทั้งหญิงชาย มีความอยากได้ อยากมีในสิ่งที่ดีอยู่ร่ำไป เที่ยวเสาะแสวงหาวิธีแห่งการทำมาหากิน อยากมีเงิน อยากมีบ้าน อยากมีรถ อยากมีทรัพย์สินสิ่งของที่มนุษย์อยากจะมีนั้นทั้งหลาย ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน ไม่เบียดเบียน ไม่คิดร้ายใคร พยายามทำไป เพราะสักวัน จะได้ ในสิ่งที่ดีๆ 

ผู้ที่ไม่ทำมาหากิน เพราะไม่มีภาระ ไม่มีหน้าที่ของความเป็นคนทั้งหญิงชาย ไม่ต้องดูแลผู้ใด ไม่อยากได้ ไม่อยากมีในสิ่งที่มนุษย์อยากจะมีนั้นทั้งหลาย ไม่สนใจทรัพย์สินเงินทอง เพราะไม่ปรารถนา จึงสนใจเรื่องของความตาย ถิ่นที่อยู่อาศัย ก็ไม่ปรารถนาที่จะมี อาศัยอยู่กับผู้อื่นนั้นทั้งหลาย อาศัยข้าวปลาอาหาร ประทังชีวิต ไปวันๆ อยู่เพื่อรอวันตาย เมื่อว่างมากจึง ไปร่ำเรียนวิชาเรียกความตาย เรียนวิชาแห่งบาปอกุศล เบียดเบียนผู้คนเพราะ ในชีวิตไม่มีการงาน เกิดมาทั้งที ไม่รู้ว่าเกิดมาเพื่อสิ่งใด จึงไม่ปรารถนาในสิ่งที่ดีๆ 

ส่วนใหญ่ผู้ที่เรียนเดรัจฉานวิชา มักไม่ปรารถนาจะเกิดเป็นคน เรียนวิชาที่ไม่หลุดพ้น ก็ต้องวนเวียนอยู่ในวัฏฏะ ผุดเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน แยกแยะไม่ได้ว่าสิ่งที่ทำ เรียกว่า ปรารถนาในบาปอกุศลอยู่ร่ำไป ที่เป็นเช่นนี้เพราะ ไม่ได้ทำมาหากิน อาศัยอยู่กับผู้อื่น จึงไม่เข้าใจว่า คนที่ทำมาหากิน ไม่มีเวลาว่าง เพื่อไปคิดร้ายใครๆ คิดแต่เรื่องงาน เรื่องเงิน ไม่มีเวลาคิดเรื่องชั่วเลวร้าย ทำแต่งานหาแต่เงิน ไม่มีเวลาเบียดเบียนใคร เพราะผู้เขียนผ่านเวลานั้นมา จึงเข้าใจ ทำแต่งาน เช้าตื่นขึ้นมาทำงาน  ถึงเวลาก็กลับที่พักเพื่อพักผ่อน บางวันทำงานสิบกว่าชั่วโมง ทำงานแทบไม่มีวันหยุด ที่ทำได้ ก็เพราะอยากได้เงิน อยากมีเงิน จึงไม่เคยเหนื่อยกับการทำงาน ทุกวันนี้ไม่ได้ทำแบบนั้นแล้วจึงมีเวลาว่าง มานั่งเขียนบทความเพื่อเป็นกำลังใจให้คนที่พบเจอกับสิ่งที่ไม่มีตัวตนมาเบียดเบียน ผู้เขียนเคยทำงานเป็นfreelance ต้องเดินทางไปทำงานที่ต่างจังหวัด ก็ยังไม่วาย ถูกพวกที่ไม่ทำมาหากินมาเบียดเบียน เรียกว่า พยายามขัดขวางทุกวิถีทาง ทั้งไปยุลูกค้าของผู้เขียนให้เรียนวิชามนต์แห่งบาปอกุศล ผู้เขียนจึงไม่ข้องเกี่ยว เพราะคิดว่าน่าจะเป็นกรรมของลูกค้าเอง ถามถึงรายได้ที่ต้องตัดทิ้งไปก็เป็นจำนวนที่มากพอดู ที่ต้องตัดก็เพราะไม่อยากให้พวกที่ไม่ทำมาหากิน ไปยุ่งวุ่นวายกับลูกค้าก็เท่านั้นเอง จึงต้องหาวิธีคิดที่จะทำให้มีรายได้มากกว่ารายได้ที่ต้องตัดทิ้งไป ถึงแม้จะถูกเบียดเบียนจากพวกบ้าไสยศาสตร์ที่ไม่ทำมาหากินนั้นทั้งหลาย หนทางในชีวิต ยังมีให้เลือกเดินตั้งมากมาย เลือกเดินบนเส้นทางที่พวกบ้าไสยศาสตร์ทำอันตรายไม่ได้ ก็เท่านั้นเอง ผู้ไม่ทำมาหากิน เพราะทำมาหากินไม่เป็นนั้นทั้งหลาย บางคนก็อาศัยเงินจากบิดรมารดา ที่คอยหาไว้ให้ โดยไม่รู้ว่าอนาคต หากไม่สอนให้ทำมาหากิน ถึงเวลา ไม่มีบิดรมารดา จะอยู่กันอย่างไร ทำกินเองไม่เป็น ดูแลตนเองไม่ได้ ทรัพย์สมบัติต้องร่อยหรอลงไป เพราะไม่เคยถูกสั่งสอนให้ทำงาน แถมคบจิตวิญญาณแห่งบาปอกุศล ใช้เงินที่พ่อแม่ให้มา อย่างไม่รู้คุณค่าของเงินหนา สุดท้ายไม่เหลือทรัพย์สินเงินตรา ทุกอย่างย่อมเป็นไปตามกฏแห่งกรรม 


ผู้ชนะ

 จิตวิญญาณที่เข้มแข็งย่อมเอาชนะอุปสรรคได้เสมอ ไม่ย่อท้อ ไม่อ่อนแอ ไม่อ่อนไหว มองเห็นถึงความมุ่งหวังที่ได้ตั้งใจไว้ มีวิธีคิดที่จะทำลายตัวอุปสรรคให้หมดสิ้นไป ถึงแม้จะมีมารมาผจญ ถึงแม้จะต้องสู้กับสิ่งที่ไม่มีตัวตน ก็จะเอาชนะพวกมันทั้งหลายอย่างง่ายดาย เพราะมีความตั้งใจที่แน่วแน่ ถึงการดำเนินชีวิตที่มั่นคง ไม่ล้มเลิกกับความตั้งใจที่จะไปให้ถึงยังที่หมาย ถึงแม้หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล ก็จะหาวิธีย่นระยะทาง ให้ไปถึงในเร็ววัน อยากชนะต้องเข้มแข็ง สร้างพลังกาย และพลังใจ ทำลายอุปสรรคให้มลาย เหล่าผีร้าย ไสยศาสตร์ที่ชั่วร้าย คือจิตวิญญาณของผู้ที่อ่อนแอ ทำลายจิตวิญญาณที่อิจฉาริษยา ทำลายจิตวิญญาณที่ไม่ปรารถนาจะมีดีนั้นทั้งหลาย ทำลายจิตวิญญาณของผู้ที่กลัว ไม่กล้าสู้หน้าใครทั้งหญิงชาย ทำตัวเป็นอุปสรรคขัดขวางผู้อื่นอยู่ร่ำไป เบียดเบียนคิดร้ายเพราะกลัวว่าเขาจะเดินไปสู่หนทางที่ดีๆ จึงพยายามจะฉุดรั้ง เบียดเบียนทุกวิถีทาง เพราะกลัวว่าเขาจะไปถึงที่หมาย ชั่ว เลว ร้าย พยายามทำลายเขาให้เป็นไป ทั้งต่อหน้าและลับหลัง สุดท้าย ทำอันตรายเขาไม่ได้ ต้องพ่ายแพ้ ถอยร่นกลับไป ประหนึ่งดังสู้ศึกในสงคราม ผู้เข้มแข็งจึงเป็นผู้ชนะ ข้าศึกรุกล้ำเขตแดนไม่ได้ เพราะเป็นผู้ที่ฝึกฝนตนเองให้แข็งแกร่งไม่แพ้ใคร ชนะข้าศึกได้ทั่วทุกทิศทาง รู้เขา รู้เรา รู้รอบ รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง 

สิ่งใดที่เรียกว่า"อุปสรรค"สิ่งนั้นคือตัวขัดขวางการดำเนินชีวิต 

สิ่งใดเรียกว่า"มาร"สิ่งนั้นคือ ชั่วเลวร้ายนั้นทั้งหลาย 

ผู้ชนะจะทำลายมารและตัวอุปสรรคที่มาราวี ด้วยความเข้มแข็งที่มีในวิญญาณ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ด้วยมนต์ ใช้เวทมนต์คาถา ใช้หลักคำสอนขององค์ศาสดา คาถาชนะมาร นั่นยังไง เปรียบประดุจดังข้าศึกมาประชิด จะปล่อยให้ข้าศึกมารุกรานอยู่ฝ่ายเดียว ย่อมเป็นไปไม่ได้ ต้องตอบโต้ทำลายข้าศึก ให้มารุกรานไม่ได้อีกต่อไป สุดท้ายก็จะชนะได้ อย่างที่ตั้งใจ เพราะข้าศึกสูญสลาย หายสิ้นไป ไม่เหลือผู้ใดที่กล้ามาราวี ผู้ชนะสิบทิศ ผู้ไม่ยอมแพ้ใคร ชนะศัตรูมาแล้วทั่วทุกทิศทาง



วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

วิธีหลุดพ้นจากบ่วงเวร

ไม่เอาจิตวิญญาณของตนไปผูกมัดอยู่กับผู้ใด ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น ไม่เบียดเบียนผู้อื่นด้วยวจีกรรม มโนกรรม และกายกรรม พึงระลึกนึกถึงกรรมดี ที่เคยสร้างมา  ทำบุญอย่าหวังผล ทำทานอย่าหวังสิ่งตอบแทน จึงจะเป็นบุญกุศลที่บริสุทธิ์ เพราะทำไปด้วยความปรารถนาดี ผลดีก็จะตอบแทนกลับคืน โดยไม่ต้องไปขอต่อสิ่งใด ความปรารถนาดีต่อผู้อื่น ปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ ชี้หนทางแห่งการหลุดพ้น จากการเวียนว่ายตายเกิด หลุดพ้นจากวงเวียนของเวรกรรม ดังเช่นพระพุทธเจ้า และศาสดาของทุกศาสนา ได้กระทำการเผยแพร่ในสิ่งที่ได้ทำสำเร็จแล้ว พบหนทางแห่งการหลุดพ้นแล้ว จึงพร่ำสอนและบอกกล่าวกับผู้คนให้ได้รู้ เพื่อจะได้ ไม่ต้องทุกข์อยู่ในวัฏฏะสงสาร

การมุ่งร้ายผู้อื่น เป็นทุกข์อย่างหนึ่ง  การปรารถนาดีต่อผู้อื่น เป็นสุขอย่างหนึ่ง

การไม่เสาะแสวงหาในเหตุแห่งทุกข์ ไม่เอาจิตวิญญาณของตน ไปเกาะเกี่ยวอยู่กับทุกข์ทั้งหลาย ไม่เข้าไปหาเหตุแห่งความเดือดร้อนทั้งปวง ไม่คบจิตวิญญาณที่พาไปสู่หนทางแห่งความเสื่อม มารร้าย จิตภูติที่ชั่วร้าย ผู้ที่กระทำกรรมที่เปรตเคยกระทำไว้ทั้งหลาย มนุสสเปโต เปรตที่อาศัยอยู่ในใจคน ผู้ที่ปรารถนาจะเป็นเปรตนั้นทั้งหลาย อสุรกาย เป็นมารที่ไม่แสดงตัวตน แต่จะมีอยู่ในจิตภูติของผู้ที่เบียดเบียนผู้อื่นด้วยสิ่งที่ไร้ตัวตน จะคอยยุและเสี้ยมให้กระทำกรรมที่ต้องติดอยู่ในบ่วงของเวรกรรม เปรียบประหนึ่งดังพระเทวทัตที่ยุและเสี้ยมพระเจ้าอชาตศัตรูให้คิดกำจัดพระราชบิดาด้วยวิธีการต่างๆ สุดท้ายถึงแม้จะสำนึกได้ ก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไข ในบ่วงของเวรกรรม อเสวนาจะพาลานัง คบจิตวิญญาณที่เป็นมาร พาลพาไปหาผิด                         ไม่มีมิตรแท้ ในหมู่มาร

หลุดพ้นจากบ่วงเวรได้ด้วยจิตวิญญาณที่ไม่ผูกมัด ไม่ยึดติด ไม่ข้องเกี่ยว ไม่พบ ไม่เจอ ไม่ปรารถนา ไม่ระลึก ไม่นึกถึง ไม่เสาะแสวงหา ไม่เสวนา ในบาปทั้งปวง..


วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2563

กรรม ขรรม ครรม

กะลำ ขะลำ คะลำ เป็นคำที่เคยใช้ในสมัยอาณาจักรขอม ใช้เป็นคำเตือน ห้ามมิให้กระทำกรรมที่ไม่ดีทั้งหลาย กะลำคือกรรมของการล่วงละเมิด ฝ่าฝืน เบียดเบียน หากใครกระทำจะต้องอาถรรพ์ของกะลำ เหมือนเป็นคำสาปอย่างหนึ่งของคนในยุคนั้น ขะลำคือการล่วงล้ำขอบเขตของผู้อื่น ทั้งถิ่นที่อยู่อาศัย กายสังขารหรือจิตวิญญาณของผู้อื่น คะลำคือการสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น ละเมิดสิทธิของผู้อื่น เบียดเบียนผู้อื่นด้วยวิธีการต่างๆ คนในยุคนั้นเขาจึงใช้กรรม กะลำ ขรรม ขะลำ ครรม คะลำ มาเป็นตัวกำหนดกฏเกณฑฺ์ของการอยู่ร่วมกันไม่ให้เบียดเบียนกัน กรรม คำนี้แม้แต่ผียังกลัว

วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ผู้ส่งสาร

มีบางอย่างดลใจให้ได้รู้และเห็นในอีกมิตินึง ณ.สถานที่แห่งนั้น มีกลุ่มของเหล่าดวงวิญญาณได้พูดคุยกับท่านผู้มีหน้าที่ในโลกของวิญญาณและได้ไปฟ้องท่านว่า "สาเหตุที่ต้องไร้บุญกุศล ไปผุดไปเกิดไม่ได้ เพราะถูกพวกเดรัจฉานวิชาคุณไสยใช้ให้ไปเบียดเบียนคิดร้ายผู้คน ท่านจึงกล่าวออกมาว่า"เห็นมั๊ย เจ้าเห็นแล้วใช่มั๊ย ไปจัดการซะ หากเจ้าทำไม่ได้ เราจะไปจัดการเอง" แล้วท่านยังกล่าวอีกว่า"เบียดเบียนดวงจิตของผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ และผู้ที่ตายไปแล้ว เป็นบาปมหันต์ บุญกุศลใดๆก็ลบล้างบาปกรรมที่ทำไว้ไม่ได้" 

อีกวาระนึง ณ.สถานที่แห่งนั้น เห็นหญิงชายคู่หนึ่งยืนฟังคำกล่าวของท่านผู้มีหน้าที่ในโลกของวิญญาณ ท่านกล่าวกับหญิงชายคู่นั้นว่า"บัดนี้ บุตรของพวกเจ้า ได้ก่อบาปทำเวรไว้กับผู้คนนั้นมากมาย พวกเจ้าจึงต้องชดใช้เวรกรรม"

อีกวาระนึง  ณ.สถานที่สอนวิชาสมาธิแห่งหนึ่ง(ที่รู้เพราะเห็นป้ายเขียนบอกเกี่ยวกับสถานที่แห่งนั้น และคำกล่าวของผู้สอนที่เคยกล่าวไว้ว่า"อาตมาสอน ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าห้ามสอน" ) ผู้เขียนเห็นท่านผู้มีหน้าที่ในโลกของวิญญาณยืนอยู่ที่หน้าสถานที่แห่งนั้น แล้วกล่าวออกมาว่า"พวกเจ้าทั้งหลายจะไม่ได้ผุดเกิดเป็นมนุษย์อีก พวกเจ้าทั้งหลาย ตัองผุดเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานตลอดกาล" (คงเป็นวิชาที่สอนเกี่ยวกับการสร้างกรรมแห่งการเบียดเบียน พระพุทธเจ้าจึงห้าม ไม่ให้เรียน ไม่ให้สอนวิชาสมาธิแบบนี้)

สมาธิบางอย่างก็เป็นจุดเริ่มต้น เป็นพื้นฐานของผู้ที่อยากเรียนวิชาไสยศาสตร์ ต้องฝึกสมาธิก่อนเป็นอันดับแรก จึงจะไปเรียนอักขระเวทมนต์คาถาในขั้นต่อไป 

สิ่งที่ดลใจให้ได้รู้และเห็นนี้คงอยากให้ผู้เขียนได้เตือนผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้งหลาย ให้มีสติในการดำรงชีวิต อย่าได้เบียดเบียน อย่าได้คิดร้ายซึ่งกันและกัน เพราะทุกอย่างบนโลกใบนี้ มีเวลาเป็นตัวกำหนด การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปในสังขาร เหลือไว้เพียงวิญญาณ ที่ไปสู่อีกภพภูมิ ต่างกรรมต่างวาระที่สะสมไว้ในวิญญาณ ไม่เบียดเบียน ไม่คิดร้ายใครดีที่สุด จะได้ไม่ไร้บุญกุศล อุตส่าห์ได้เกิดเป็นคน ควรแสวงหาวิธีแห่งการหลุดพ้นจากบ่วงเวร...

วิธีแห่งการหลุดพ้นจากบ่วงเวร

ไม่เอาจิตวิญญาณของตนไปผูกมัดอยู่กับผู้ใด ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น ไม่เบียดเบียนผู้อื่นด้วยวจีกรรม มโนกรรม และกายกรรม พึงระลึกนึกถึงกรรมดี ที่เคยสร้างมา  ทำบุญอย่าหวังผล ทำทานอย่าหวังสิ่งตอบแทน จึงจะเป็นบุญกุศลที่บริสุทธิ์ เพราะทำไปด้วยความปรารถนาดี ผลดีก็จะตอบแทนกลับคืน โดยไม่ต้องไปขอต่อสิ่งใด ความปรารถนาดีต่อผู้อื่น ปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ ชี้หนทางแห่งการหลุดพ้น จากการเวียนว่ายตายเกิด หลุดพ้นจากวงเวียนของเวรกรรม ดังเช่นพระพุทธเจ้า และศาสดาของทุกศาสนา ได้กระทำการเผยแพร่ในสิ่งที่ได้ทำสำเร็จแล้ว พบหนทางแห่งการหลุดพ้นแล้ว จึงพร่ำสอนและบอกกล่าวกับผู้คนให้ได้รู้ เพื่อจะได้ ไม่ต้องทุกข์อยู่ในวัฏฏะสงสาร 

การมุ่งร้ายผู้อื่น เป็นทุกข์อย่างหนึ่ง  การปรารถนาดีต่อผู้อื่น เป็นสุขอย่างหนึ่ง

การไม่เสาะแสวงหาในเหตุแห่งทุกข์ ไม่เอาจิตวิญญาณของตน ไปเกาะเกี่ยวอยู่กับทุกข์ทั้งหลาย ไม่เข้าไปหาเหตุแห่งความเดือดร้อนทั้งปวง ไม่คบจิตวิญญาณที่พาไปสู่หนทางแห่งความเสื่อม มารร้าย จิตภูติที่ชั่วร้าย ผู้ที่กระทำกรรมที่เปรตเคยกระทำไว้ทั้งหลาย มนุสสเปโต เปรตที่อาศัยอยู่ในใจคน ผู้ที่ปรารถนาจะเป็นเปรตนั้นทั้งหลาย อสุรกาย มารที่อาศัยอยู่ในทุกที่เป็นมารที่ไม่แสดงตัวตน แต่จะมีอยู่ในจิตภูติของผู้ที่เบียดเบียนผู้อื่นด้วยสิ่งที่ไร้ตัวตน จะคอยยุและเสี้ยมให้กระทำกรรมที่ต้องติดอยู่ในบ่วงของเวรกรรม เปรียบประหนึ่งดังพระเทวทัตที่ยุและเสี้ยมพระเจ้าอชาตศัตรูให้คิดกำจัดพระราชบิดาด้วยวิธีการต่างๆ สุดท้ายถึงแม้จะสำนึกได้ ก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไข ในบ่วงของเวรกรรม อเสวนาจะพาลานัง ไม่มีมิตรแท้ ในหมู่มาร

 

 

วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

 อัตตาหิ อัตตาโนนาโถ เกิดเป็นคนต้องรู้จักพึ่งตนเอง ขวนขวายหาสิ่งดีให้ตนเอง เพราะมนุษย์มีเวลาชีวิตที่ไม่เท่ากัน อย่ามัวรอการช่วยเหลือจากสิ่งอื่นใด อยากได้สิ่งใดต้องหาได้ด้วยตนเอง หากมีสิ่งใดเข้ามากระทบการดำเนินชีวิต ต้องแก้ไขได้ด้วยตนเอง หากอยากร่ำรวยก็ต้องรู้จักขวนขวายหาหนทางแห่งความร่ำรวย หากถูกเบียดเบียนด้วยอวิชชาคุณไสย ถูกกระทำด้วยความอิจฉาต่างๆนาๆ ก็ต้องรู้ถึงวิธีแก้ ไสยศาสตร์ทำร้ายผู้ที่รู้กว่ามันไม่ได้ ไม่ต้องไปพึ่งหมอผีตนใด แก้ได้ด้วยตนเอง อยู่ที่ใจว่าจะเข้มแข็งเพียงใด ผู้มีบุญบารมีสูง ไสยศาสตร์ทำอันตรายไม่ได้อยู่แล้ว ผู้ที่มีดวงชะตาชนะศัตรู ภัยร้ายทั้งหลายจะพ่ายแพ้ไปเอง เช่นผู้ที่เกิดปีเสือ ตามความเชื่อของคนโบราณ มักจะห้ามผู้ที่เรียนไสยศาสตร์ทั้งหลายไม่ให้ทำใส่คนปีเสือ เพราะคุณไสยจะย้อนกลับ ฮู้ในภาษาจีนก็มีคำว่าเสือ เขียนเสือให้ผีกลัว อะไรประมาณนั้น หากอยากเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่า " ผู้รู้ "ก็ต้องขวนขวายศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง อย่าเชื่อเพียงเพราะเขาบอกว่า.. อย่าเชื่อเพียงเพราะเขาสอนว่า..อย่าได้เที่ยวถามหาผู้รู้ เพราะตัวรู้ที่แท้จริงเกิดขึ้นได้ด้วยตนเอง รู้ตัว รู้ตน รู้หลักของความเป็นคน พระพุทธเจ้าตรัสรู้ได้ด้วยพระองค์เอง อัตตาหิ อัตตาโนนาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2563

ทำตนให้ฉลาดกว่าผี

คนโง่มักชอบทำอะไรโง่ๆ คนโง่มักเชื่อถืออะไรอย่างง่ายๆ คนโง่มักขาดความยับยั้งชั่งใจ คนโง่มักลุ่มหลงงมงายกับสิ่งที่ไม่มีตัวตน เมื่อตายกลายเป็นผี จึงเป็นผีที่ไร้บุญกุศล ถูกหมอผีโง่ๆสะกดไว้ให้ไม่ได้เกิดเป็นคน เหตุเพราะไม่ปรารถนาบุญกุศล จึงโง่เป็นทาสหมอผีโง่ทั้งหลายนั่นเอง กลุ่มผีและคนโง่พวกนี้จะอิจฉาริษยา ไม่อยากให้ใครได้ดี ทั้งที่พวกมันทั้งหลายไม่มีดีเลยสักหน บางครั้งก็ขัดขวางการดำเนินชีวิต ของผู้ที่ได้เกิดเป็นคน บางครั้งก็ทำให้เจ็บป่วย โดยคิดว่ามนุษย์ไม่มีหนทาง โรคภัยไข้เจ็บบางอย่างก็เกิดจากการกระทำของหมอผี มันจะใช้วิธีที่เรียกว่า ผูกจิตวิญญาณของผีไว้กับคนนั้นทั้งหลาย บางครั้งก็ใช้ผีให้แทรกตามร่างกาย บางครั้งก็เลวร้ายใช้ให้ผีไปทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยของผู้คน หมอผีมันคิดว่าไม่มีผู้ใดที่ฉลาด มันคิดว่าทำร้ายคนโดยไม่มีตัวตนนั้น คงทำได้ง่าย ไม่มีใครจับได้ เพราะใช้ผีไปกระทำกรรมนั้นหนา มันไม่คิดว่า มีผู้ที่เหนือกว่า คือผู้ที่ฉลาดกว่าผี และมีดีกว่าพวกมัน คนฉลาดจะรู้ถึงวิธี กำจัดผี และทำลายวิชาของหมอผีให้ทำร้ายใครไม่ได้ ก็แค่หมอผีที่ไม่ได้มีดีเหนือมนุษย์ ผีที่ใช้ก็เป็นผีที่ไร้บุญกุศล เป็นผีตายโหงตายห่าที่มีแต่ความทุกข์ทน หากใครเจ็บป่วยโดยไร้สาเหตุอาจเป็นเพราะผีที่ไร้กุศลไปเบียดเบียน คนฉลาดเท่านั้นถึงแก้ได้ วิธีแก้คือทำลายที่ต้นกำเนิดของการเกิดเป็นผี ผีเกิดมาจากสิ่งใด ก็ทำลายที่ต้นกำเนิดก่อนการเกิด ผีก็จะไม่มี คนเลี้ยงผีก็เลี้ยงได้แต่ความว่างเปล่า เพราะไม่มีคำว่าผีนั่นยังไง บ้านเมืองมีกฏหมาย โลกวิญญาณก็มีกฏที่สะกดผีร้ายไม่ให้เพ่นพ่านทำร้ายผู้ใดนั่น จึงมีคำว่านรกไว้ขังผีร้ายไม่ให้ผุดเกิดมาคิดร้ายกัน ถึงเวลาเมื่อไหร่ ก็จะได้รู้ว่า ณ.สถานที่แห่งนั้น เป็นที่กักขังดวงวิญญาณที่ชั่วร้าย ที่คนดีๆไม่อยากจะเข้าไป

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2563

การศึกษาของผู้เขียน

ศึกษาอักขระภาษาขอม ภาษาบาลี ภาษาล้านนา ฯ การเขียนยันต์ต่างๆ ความหมายของภาษาบาลี บทสวดมนต์ภาษาล้านนา

ศาสตร์ของดวงดาว โลก จักรวาล ฯ

โหราศาสตร์ ไสยศาสตร์  คำสอนของศาสนาต่างๆ ฯ

ศึกษาเกี่ยวกับสมุนไพร วิชาความรู้แบบโบราณ การแก้คุณไสยด้วยสมุนไพรและว่านยาฯ

พิธีกรรมการสาปแช่งแบบโบราณ

ไสยศาสตร์วูดู ไสยศาสตร์เขมร ไสยศาสตร์แขก ไสยศาสตร์ของทวีปยุโรปและเอเชีย เรียนรู้ทั้งกันและแก้ และกระทำได้ในไสยศาสตร์ทุกแขนง

เหตุผลที่ต้องศึกษาวิชาแบบนี้

เพราะมีผู้ที่ไร้สติมากระทำคุณไสยใส่ โดยไม่รู้จักกัน อาจเป็นเพราะอยากลองวิชา อาจเป็นเพราะอิจฉาริษยา อาจเป็นเพราะไม่ชอบคนที่ไหว้พระสวดมนต์ ไม่ชอบคนที่ไม่เบียดเบียน ไม่คิดร้ายใคร คงอยากให้กระทำตนชั่วเลวร้ายเหมือนผีร้ายทั้งหลายหละมั้ง ใจคนยากแท้หยั่งถึง ได้กระทำใส่ในรูปแบบต่างๆ ใช้ผีมาก่อกวน ถ่ายรูปเพื่อทำคุณไสย ปั้นหุ่นเพื่อทำพิธีสาปแช่งต่างๆมากมาย ทั้งยาสั่งหนังควาย ใช้ผีมาบิดไส้ต่างๆนาๆ  ใช้ผีทะมบ ผีปอบ ผีกะ ผีกระสือ ผีกระหัง ผีเปรต ผีพราย ผีตายโหง ผีตายห่า สารพัดผีที่จะใช้มา กระทำกรรมแห่งการเบียดเบียนและได้กล่าวอาฆาตผู้เขียนไว้ว่า"ระวังตัวมึงเอาไว้ให้ดี เตรียมตัวตายได้เลย กูจะไปบอกเจ้านายกู ให้มาจัดการกับมึง"สิ่งนี้จึงเป็นแรงบันดาลใจให้มุ่งมั่นที่จะทำลายพวกบ้าไสยศาสตร์ให้หมดสิ้นไปจากโลกใบนี้ จะได้ไม่ต้องไปเบียดเบียนหรือคิดร้ายผู้ใดอีก ผู้เขียนแก้ไสยศาสตร์ได้ด้วยตนเอง เพราะเป็นผู้ที่ศึกษาเรื่องแบบนี้มาก่อนจึงรู้วิธีแก้ โดยไม่ต้องไปพึ่งหมอไสยศาสตร์คนใด สิ่งที่ถูกทำลายไปจะไม่สามารถเอากลับคืน เช่น ผลบุญที่ทำให้เกิดเป็นมนุษย์ ผีร้ายทั้งหลายจะไม่ได้ผุดเกิดเพราะไร้บุญกุศล ความเสื่อมจะบังเกิดกับผู้เป็นเจ้าของผีร้ายทั้งหลายเสื่อมศีลธรรม เสื่อมเวทมนต์ เสื่อมคาถา เพราะอาถรรพ์ในวิชา  คำสาปที่ได้กระทำไว้เพื่อทำลายผู้ที่คิดร้ายทั้งหลาย ไม่มีวิธีแก้ บทเรียนที่แก้ไขไม่ได้บทนี้เพื่อสั่งสอน เพื่อกำหราบ ทุกดวงจิต ทุกดวงวิญญาณแห่งบาปอกุศล ให้ไม่มีโอกาสในการผุดเกิดเป็นคน ต้องไปเกิดเป็นเปรตอสูรกาย ปิดกั้นโอกาสแห่งการคิดร้าย จะได้ไม่ต้องเกิดมาเพื่อคิดร้ายผู้ใดอีกฯ





วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2563

สมองของความคิด

พวกสมองเน่ามักคิดทำเรื่องชั่วร้าย พวกสมองตายคิดแต่เรื่องหายนะ พวกสมองเสียคิดแต่เรื่องจัญไรทั้งหญิงชาย พวกไร้สมองคิดดีไม่ได้เพราะไม่มีส่วนใดให้คิดดี พวกสมองฟั่นเฟือนลืมเลือนเรื่องดีนั้นทั้งหลาย พวกสมองถูกทำลายไปด้วยบาปอกุศล พวกสมองของเปรตไม่คิดเรื่องความเป็นคน พวกสมองกลวงมักโง่ไร้ศีลธรรม พวกสมองอุบาทว์คิดร้ายผู้ไม่รู้จักกัน สุดท้ายก็ตายกลายเป็นผีนั้นทั้งหลาย ตายไปแล้วไม่รู้หนทางไป เพราะใช้สมองให้คิดและทำแต่ชั่ว จนไม่เหลือหนทางที่ดีๆ สาปสางและเหม็นเน่า ที่มาของผีสาง ไร้บุญกุศล หนทางที่เลือกเดิน ไม่ใช่หนทางของความเป็นคน ไม่ปรารถนาจะหลุดพ้นจากบ่วงบาปบ่วงเวร สมองแย่ๆคือสมองของผู้ไกล้ตายนั้นทั้งหลาย เซลล์สมองถูกทำลายไปด้วยบาปอกุศล ไม่เหลือความทรงจำที่ดีของการผุดเกิดเป็นคน เซลล์สมองสุดท้ายก่อนจะตายจดจำแต่เรื่องที่ไม่ดี จึงกลายเป็นความทรงจำข้ามภพชาติ ไม่ว่าชาติใดส่วนความทรงจำสุดท้าย จะทำงานของมันอย่างเต็มที่ ทำให้ไม่ลืมเรื่องร้ายๆไม่มีความทรงจำที่ดีๆ จึงไปผุดเกิดภพภูมิที่ดีไม่ได้ เพราะความทรงจำที่ร้ายๆคือหนทางที่เลือกเดิน

วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

จิตคิดชั่ว

ผู้มีจิตคิดชั่ว คิดว่าใครไม่เห็น
เกิดจากชั่ว ก็ต้องชั่ว ไม่กลัวในกรรมเวร
ทำชั่วให้ผีเห็น เป็นที่ประจักษ์แก่ฟ้าดิน
ไปที่ใด ใครก็รู้ ว่าชั่วในสายโลหิต
จะปกปิดการผุดเกิดจากชั่วได้อย่างไรหนา
ทำแต่ชั่ว คิดแต่ชั่ว ฟ้าดินรับรู้
ว่าเป็นที่ต้นกำเนิด การเกิดมา
สัตว์มีพิษก็ต้องเกิดจากผู้มีพิษอยู่ร่ำไป
พันธุกรรมเป็นตัวแยก
ว่าเป็นสัตว์ ที่ชั่วหรือว่าดี
สิ่งที่ใครมองไม่เห็นนั่นแหละคือสิ่งที่มองเห็น
เห็นการกระทำของมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลายในกรรมเวร
ทำชั่วให้ฟ้าดินเห็น
ไม่ต้องหวังขอพรใดๆ




วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2563

ผู้ฉลาดในอุบายแห่งความเสื่อม

วิธีคิดให้ชีวิตมีความสุข
ฝึกจิตใต้สำนึกของตนให้จดจำแต่เรื่องที่ดี
เรื่องชั่วเรื่องเลวเรื่องร้ายๆของใครๆอย่าได้ไปจดจำ  อย่าได้น้อมเอากรรมชั่วกรรมเลวของใครๆมาใส่ตัว ใครติฉินนินทาว่าร้ายทั้งต่อหน้าและลับหลัง ไม่ต้องเอามาใส่ใจ ทุกข์ของใครใครก็รับกันไปเอง ปล่อยวางกับกรรมของผู้อื่น ใครเขาจะเป็นอย่างไรก็ช่างเขา ตัวของเราไม่ต้องเข้าไปวุ่นวาย ไม่ต้องไปสนใจหากใครเขาจะทุกข์เพราะกรรมที่ทำมา หากใครเขาพยายามจะทำให้ต้องทุกข์ จงรู้ทันอุบายแห่งความเสื่อมทั้งหลายหนา ชีวิตของเราจะได้ไม่เสื่อม เพราะรู้ทันในเหตุแห่งความเสื่อมที่มีมา จึงเป็นผู้ที่มีความสุขกับชีวิตในทุกวัน

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2563

ผู้อยู่เหนือคุณไสย

คุณไสยมนต์ดำ อวิชชา ผีชั้นต่ำทั้งหลาย มักเกิดกับผู้ที่มีจิตวิญญาณเป็นเปรตอสุรกาย เคยเกิดเป็นเปรต และเมื่อตายก็จะไปเกิดเป็นเปรต ทำให้เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่จะเข้าไปข้องเกี่ยวกับ
วิชาแห่งบาปอกุศล วจีกรรม มโนกรรม และกาย
กรรม จะนึกคิดและกระทำแต่เหตุแห่งกรรมของการเบียดเบียน    เพราะเป็นสันดานเดิมที่ติดจิตวิญญาณเมื่อครั้งก่อนที่จะไปเกิดเป็นเปรต
เรียกว่าจิตวิญญาณเปรตในร่างมนุษย์ หรือมนุสสเปโตนั่นเอง กระทำในเหตุแห่งบาปทั้งปวงเพื่อที่จะได้กลับไปเกิดเป็นเปรตอีก และไม่สามารถกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ นี่คือความต้องการในส่วนลึกของผู้ที่เรียนเดรัจฉานวิชาคุณไสย เพราะไม่ปรารถนาจะเกิดเป็นมนุษย์อีก จิตวิญญาณชั้นต่ำมักตกเป็นทาสของคุณไสย เมื่อตายไปเป็นผี ก็เรียกว่า ผีคุณไสย
ผู้ที่อยู่เหนือคุณไสย คือผู้ที่มีจิตวิญญาณชั้นสูง เป็นจิตวิญญาณของผู้ที่เคยเกิดอยู่ในภพภูมิชั้นเทพพรหม มีเทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยคุ้มครอง ป้องกันไม่ให้สิ่งชั่วร้ายใดๆมากล้ำกลาย ภพภูมิของเทวดา กับภพภูมิของเปรต จึงแตกต่าง กัน ทั้งด้านความคิด สติและปัญญา ผู้ที่อยู่เหนือคุณไสยจึงมีสติ สมาธิและปัญญา มากกว่าผู้ที่ เรียนเดรัจฉานวิชา คุณไสยมนต์ดำเป็นวิชาของ คนชั้นต่ำ ที่คนชั้นสูงเขาไม่เรียนกัน เพราะภพภูมิ ที่เคยเกิดเป็นตัวช่วยปรับปรุงด้านสติและปัญญา จะโง่หรือฉลาดก็อยู่ที่ภพภูมิที่เคยเกิดนี่แหละ คุณไสยมนต์ดำทำอันตรายผู้ที่มีความฉลาดกว่า ไม่ได้ ผีทำอันตรายผู้ที่มีสติและปัญญาที่เหนือกว่าผีไม่ได้ จิตวิญญาณชั้นต่ำทำร้ายผู้ที่มีจิตวิญญาณชั้นสูงไม่ได้

อยากอยู่เหนือคุณไสย ต้องทำใจให้สูงส่ง
อยากหลุดพ้นจากการเป็นเปรต
ต้องไม่ทำในสิ่งที่เปรตเคยกระทำนั้นทั้งหลาย
กรรมคือการกระทำในภพชาติปัจจุบันที่ส่งผล
ถึงการเกิดในภพชาติต่อๆไป
โกรธแค้นใคร ให้ถามใจตนเอง
ว่า "มีใจเป็นเปรตหรือเทวดา"





วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

คนดวงตกและวิธีแก้

ผู้ที่มีดวงชะตาตกต่ำมีหลายสาเหตุ
1. บาปอกุศลที่เคยเบียดเบียนผู้อื่นไว้ กำลังส่งผล
2. บุญใหม่ไม่ได้สร้าง กรรมเก่าเลยตามทัน
3. เข้าไปข้องเกี่ยวกับเหตุแห่งอาถรรพ์ทั้งหลาย บูชาของอาถรรพ์ เข้าไปยังสถานที่ๆมีอาถรรพ์
4. ข้องเกี่ยวกับภูติผีปิศาจทั้งหลาย
สัมภเวสีผีเร่ร่อน บางครั้งจะฉุดรั้งดวงวิญญาณของผู้ที่เข้าไปข้องเกี่ยว ให้เป็นผู้ที่มีดวงชะตาตกต่ำ
5. ใกล้ถึงวาระ ที่จะละจากกายสังขาร (ใกล้หมดอายุขัย)
อาการของคนดวงตก
จะเจ็บป่วยไม่สบาย โดยไม่ทราบสาเหตุ เพราะมีวิญญาณแฝง
สีหน้าหม่นหมอง คล้ายคนอมทุกข์อยู่ตลอดเวลา
ดวงตาไม่สดใส มีความเศร้าอยู่ในแววตา
มีเหตุการณ์ไม่ดีเข้ามาในชีวิตอย่างมากมาย
วิธีแก้ ปรับดวงชะตาให้ดีขึ้น
หมั่นทำบุญ ระลึกนึกถึงบุญคุณ บิดา มารดา พ่อแม่เปรียบเหมือนต้นไม้ใหญ่ การอุทิศบุญกุศลให้บิดา มารดา เหมือนน้ำที่รดต้นไม้ช่วยให้รากไม้แข็งแรง พ่อแม่ก็จะมีพลัง มาช่วยลูกในยามที่ต้องการ หมั่นระลึกนึกถึงกรรมดีที่เคยสร้างไว้ดึงจิตวิญญาณให้ห่างไกล จากสิ่งไม่ดีทั้งหลายทั้งปวง บวชใจ ถือศีลในชีวิตประจำวัน วจีกรรม มโนกรรม 
และกายกรรม คิด พูด ทำ แต่สิ่งที่ดี ปล่อยวางความทุกข์ ทั้งหลายที่มีอยู่ในใจ ฝึกการเจริญสติ เพื่อแก้ปัญหาที่มีเข้ามาในชีวิตประจำวัน
วิธีแก้ทางไสยศาสตร์
สระผมด้วยมะกูด หรือน้ำส้มป่อย อาบน้ำที่ผสมสมุนไพร อย่างง่าย ผงขัดผิวที่มีส่วนผสมของเกลือ ไพล ขมิ้น ก็ใช้ได้ แก้อาการลมเพลมพัด แก้ที่ภายใน อาหารที่กินต้องมีส่วนผสมของเกลือ พริกไท ขมิ้น เครื่องแกงต่างๆก็ใช้ได้ เพราะเป็นอาหารที่ช่วยขับเหงื่อ ขับสิ่งไม่ดีออกทางผิวหนัง ขับตั้งแต่ลำไส้เล็ก ไปลำไส้ใหญ่ สิ่งไม่ดีทั้งหลายจะอยู่ไม่ได้ ถูกขับออกไปด้วยประการทั้งปวง

ร่างทรงกับผู้บวชในศาสนา

คำว่าร่างทรงตามความเข้าใจของคนทั่วไปคือ ผู้ที่มีดวงวิญญาณอื่นมาอาศัยอยู่ในร่างกายสังขารของผู้ที่ตั้งตนว่าเป็นร่างทรง กรรมของร่างทรงทั้งหลายคือ ต้องอุทิศทุกสิ่งทุกอย่างของตนให้กับผู้อื่น ไม่สามารถครอบครองสิ่งใดๆ เพราะแม้กาย
สังขารของตนยังปล่อยให้ผู้อื่นเข้ามายุ่งวุ่นวาย ผู้ที่บวชอยู่ในศาสนาก็เช่นกัน ครอบครองสิ่งใดๆไม่ได้ ต้องตัดอัตตา ตัวตนเดิมนั้นทิ้งไป ต้องละทิ้งทุกอย่าง แม้คำว่า ครอบครัว ก็ไม่มี ถึงจะเรียกว่า เป็นผู้ที่บวชอยู่ในศาสนา ร่างทรงกับผู้ที่บวชอยู่ในศาสนาจึงคล้ายคลึงกันตรงที่ ละทิ้งทุกอย่าง ไม่มีลูก ไม่มีผัว ไม่มีเมีย ไม่มีทรัพย์สินสิ่งใดเป็นของๆตน เพราะครอบครองไม่ได้ เป็นอาถรรพ์อย่างหนึ่ง

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

กฏของเวรกรรม

คนสมัยนี้มักไม่เชื่อเรื่องเวรกรรม กฏของ
เวรกรรมมีอยู่มากมาย เกิดมาก็เพื่อชดใช้
เวรกรรมเก่าที่ได้เคยสร้างไว้ในอดีตชาติ การเวียนว่ายตายเกิดมีอยู่จริง มนุษย์และสรรพสัตว์คือผู้ที่เคยเกิดแล้วตายมาหลายภพชาติ หากชาตินี้สร้างแต่บาปอกุศล ภพชาติต่อไปอาจจะไม่ได้เกิดเป็นคน ด้วยฤทธิ์ของบาปอกุศล ภพชาติต่อไปต้องเกิดในภพภูมิที่ต่ำกว่ามนุษย์ ไร้ถิ่นที่อยู่อาศัย ไร้ทรัพย์สมบัติ ไร้ทรัพย์สินเงินทอง ไม่มีสิทธิ์ที่จะครอบครองในสิ่งที่มนุษย์พึงมีพึงได้ เหตุเพราะเบียดเบียนคิดร้ายผู้อื่นทั้งที่ไม่มีสิทธิ์ด้วยประการทั้งปวง จึงเป็นเวรกรรมอย่างหนึ่งที่ต้องชดใช้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งที่มีชีวิตอยู่และทึ่ตายไปแล้ว ผีที่เบียดเบียนคนก็จะไม่ได้ผุดเกิดเป็นคน ไม่ได้ในส่วนกุศลผลบุญของผู้ใด ไม่ได้แตกต่างกับคนที่เบียดเบียนคนด้วยกันเอง คนเบียดเบียนคนเพราะไม่ปรารถนาจะสร้างบุญกุศล ไม่ปรารถนาจะผุดเกิดเป็นคน จึงเบียดเบียนคนด้วยกันเอง ไม่ปรารถนาจะมีถิ่นที่อยู่ จึงเบียดเบียนถิ่นที่อยู่ของผู้อื่น ไม่ปรารถนาจะมีทรัพย์สินเงินทอง จึงขัดขวางการทำมาหากินของผู้อื่น
 กฏของเวรกรรม บางครั้งก็แสดงผลในภพชาติปัจจุบัน ให้ได้ชดใช้
เวรกรรมกันไป  ทั้งดีและชั่ว บางคนก็
พยายามหนีจากคำว่าเวรกรรม บางคนก็บวชอยู่ในศาสนา บางคนก็ถือศีล บางคนก็บวชใจอยู่กับบ้าน ปฏิบัติดี
ปฏิบัติชอบไม่เบียดเบียน ไม่คิดร้ายใคร เพราะอยากจะหลุดพ้นจากคำว่า
"เวรกรรม" ส่วนผู้ที่ไม่อยากจะหลุดพ้นจากเวรกรรมทั้งหลาย ก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาสร้างเวรกรรมกันต่อไป เพราะจิตใต้สำนึกที่ไม่มีส่วนของกรรมดีหลงเหลืออยู่นั่นเอง

ผูกมัดรัดกรึงถึงจิตวิญญาณ
บ่มเพาะสันดานทั้งดีและร้าย
เวรกรรมตราตรึง
อดีต ปัจจุบัน และภพชาติต่อไป
หากอยากหลุดพ้น ต้องเร่งบำเพ็ญเพียร
เรียนรู้วิถีทาง
เพื่อให้ได้พบเจอกับกุศลที่ทำมา
เพื่อช่วยบรรเทา ผ่อนหนักเป็นเบา
จากเวรกรรมทั้งหลายหนา
จะได้เหลือไว้แต่บุญกุศล
ทั้งภพนี้ และภพหน้า
ไปที่ใดก็จะมีแต่ผู้คนเขาเมตตา
ทำแต่สิ่งที่ดีตรึงไว้ในวิญญา
ถึงเวลาผลบุญจะเกื้อหนุน
ให้ได้พบสิ่งดี ในภพชาติปัจจุบัน


วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

มนุสสเปโต

มนุษย์ผู้มีใจเป็นเปรต เปรตในความเชื่อของคนโบราณคือ ผู้ที่ชอบกระทำแต่เหตุแห่งกรรมชั่วทั้งปวงเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ ด้วยผลของกรรมหลังจากสิ้นอายุขัยของความเป็นมนุษย์ จึงต้องไปเกิดเป็นเปรตในภพภูมิต่อไป ลักษณะของเปรตที่มีผู้เคยพบเห็น คือ ตัวจะสูงเท่าต้นตาล มักส่งเสียงแหลมเล็กคล้ายเสียงนกหวีด ผู้ที่จะไปเกิดเป็นเปรตนั้น ต้องคิดชั่ว ทำชั่ว มีความอกตัญญู เป็นผู้ไร้ซึ่งศีลธรรม ผู้ที่เรียนไสยศาสตร์ มนต์ดำทั้งหลาย ผู้ที่ได้ชื่อว่า อลัชชี ก็มีอยู่ในกลุ่มของเปรตทั้งหลาย ใครที่อยากเกิดเป็นเปรต ก็ต้องกระทำแต่กรรมชั่ว เบียดเบียนคิดร้ายผู้อื่น ทำตนให้เป็นผู้ที่มีความต่ำในจิตวิญญาณ มีแต่กิเลส ตัณหา ราคะ มากชู้หลายผัวหลายเมีย ติฉินนินทาว่าร้ายผู้อื่น อิจฉาริษยา กลั่นแกล้ง ขัดขวางการทำมาหากินของผู้อื่น เบียดเบียนคิดร้ายถิ่นที่อยู่อาศัยของผู้อื่น มีความโลภอยากได้ของๆผู้อื่นมาเป็นของตน เรียกว่า ชั่ว ด้วยประการทั้งปวง นี่คือเหตุผลที่ใช้เรียกมนุษย์ผู้กระทำกรรมเยี่ยงผู้ที่ไปเกิดเป็นเปรตทั้งหลายว่า "มนุสสเปโต" มนุษย์ผู้ปรารถนาจะไปเกิดเป็นเปรตนั่นเอง.

วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

อุปาทานกับไสยศาสตร์

ไสยศาสตร์คือวิชาที่ว่าด้วยเรื่องของอุปทาน ทุกอย่างของไสยศาสตร์คือสิ่งสมมุติ มักมโนและคิดไปเองว่าต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ยกตัวอย่างเช่น การทำพิธีกรรมต่างๆ การสมมุติในสิ่งของ ต่างๆที่ใช้ในการทำพิธี  พิธีกรรมการสาปแช่ง พิธีกรรมฝังรูปฝังรอย พิธีกรรมฝังเสาหลักเมืองที่ต้องใช้คนและทำพิธีฝังทั้งเป็น บางพื้นที่ก็มีความเชื่อว่าจะต้องฝังคนที่มีสี่ตาคือ คนที่ท้องแก่ใกล้คลอดนั่นเอง เพราะเข้าใจว่า ดวงวิญญาณที่ถูกกระทำ จะสิงสถิตอยู่ณ.จุดนั้น จะได้ไม่ต้องไปไหน ไม่ต้องไปผุดไปเกิด นี่คือตัวอย่างของการอุปทานในไสยศาสตร์ มีความเชื่อที่เชื่อต่อๆกันมา การเป็นร่างทรงต่างๆ ก็ถือว่า เป็นอุปทานอย่างหนึ่ง เพราะเชื่อว่า ตนเองนั้นมีเทพหรือวิญญาณมาเข้าสิง มักกระทำอากัปกิริยาต่างๆ ผู้ที่สักยันต์ทั้งหลายก็เช่นกัน มักแสดงท่าทางตามยันต์ที่สักอยู่บนตัว นี่คือการอุปทานอย่างหนึ่ง ผีเข้าสิงคนไม่ได้ เพราะผีเป็นแค่อากาศธาตุ เทพเทวดาไม่สิงสถิตที่กายสังขาร ของมนุษย์ ยึดตามหลักความเป็นจริงว่า มนุษย์มีร่างกายที่ทึบแสง แม้แต่แสงยังลอดผ่านไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรกับสิ่งที่ถูกเรียกว่าผี จะมาอาศัยอยู่ในรูปกาย สังขารของมนุษย์ย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะความรู้สึกทั้งหลายคือการอุปทานในกายสังขาร ทำให้รู้สึก ทำให้คิดว่า มีบางอย่างเข้ามาวุ่นวายในกายตน หากใครมีความรู้สึกเช่นนั้น ให้ตั้งสติ และบอกกับตนเองว่า นั่นคือความรู้สึกของตัว อุปทาน วิธีแก้ กำหนดจิตไปยังส่วนที่รู้สึกว่า มีตัวอุปทานอยู่ แล้วบอกกับตนเองว่า สิ่งนั้นไม่มีตัวตน ทำเช่นนี้ซ้ำๆจนกว่าความรู้สึกในตัวอุปทานทั้งหลายจะจางหายไป
ผู้ที่ยึดหลักของความเป็นจริงในชีวิต มักไม่มีตัวอุปทานในขันธุ์ทั้งห้า ไม่เชื่อสิ่งใดอย่างงมงาย ไม่เรียนรู้วิชาที่ใช้หลอกตนเอง

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

หยั่งรากลึกในใจคน

ส่วนลึกในใจมนุษย์ทั้งหญิงชาย ส่วนใหญ่ไม่เข้าใจความต้องการที่แท้จริงของตนเอง ยกตัวอย่าง มีมนุษย์บางจำพวก ที่อยากเบียดเบียนคิดร้ายผู้อื่น โดยไม่รู้ว่าเบียดเบียนไปเพื่ออะไร? คิดร้ายผู้อื่นไปเพื่ออะไร?รู้แต่เพียงว่าอยากเบียดเบียน นี่คือส่วนลึกที่อยู่ในใจมนุษย์ที่มีแต่ความอิจฉา ริษยา มีความผิดปกติทางจิตวิญญาณที่ไม่มียาใดๆรักษา มนุษย์จำพวกนี้จะไม่สนใจในทรัพย์สินเงินทอง ไม่สนใจคำว่าครอบครัว ไม่สนใจอนาคต ไม่เชื่อเรื่องเวรกรรม มักบูชาภูติผีปิศาจ มักมีความเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ คุณไสยมนต์ดำ ก็จะมีกลุ่มที่ขายของเกี่ยวกับไสยศาสตร์โดยเฉพาะให้กับกลุ่มคนเหล่านี้ รวมทั้งเปิดสอนวิชาแห่งการเบียดเบียนคิดร้ายผู้คน เพราะรากลึกในใจมนุษย์ ที่ปรารถนาจะทำร้ายผู้อื่น ส่วนใหญ่มักไม่กล้าคิดร้ายใครซึ่งหน้า มนุษย์กลุ่มนี้ จึงได้ชื่อว่า ผู้ปรารถนาในเหตุแห่งทุกข์ทั้งปวง ผู้มีความสุข จะไม่เสาะแสวงหาในเหตุแห่งทุกข์ ไม่อิจฉา ไม่ริษยาใคร ไม่มีจิตแห่งการเบียดเบียน นึกถึงวันข้างหน้าของชีวิต ทำสิ่งใดก็จะนึกถึงความสุขของคนในครอบครัว รักตนเอง จึงไม่เบียดเบียนผู้อื่น นี่คือรากลึกของผู้ที่มีจิตวิญญาณที่ดี

ร่ำรวยทรัพย์สินเงินทอง ไม่อิจฉาผู้ที่ยากจนกว่า
ผู้มีบุญวาสนา ไม่เบียดเบียนคิดร้ายใคร
ผู้มีความสุข ไม่ข้องเกี่ยวความทุกข์ใดๆ
ผู้ที่ยากจนเข็ญใจ มักอิจฉา หาเหตุแห่งทุกข์ทั้งปวง

รากลึกในใจมนุษย์ มักมีความไม่รู้อยู่เป็นอันมาก
ไม่รู้ในสิ่งที่ตนทำ ไม่รู้ว่าชีวิต เกิดมา เพื่อสิ่งใด
สาเหตุเพราะมนุษย์ส่วนใหญ่ มักสนใจแต่ผู้อื่น
ไม่สนใจชีวิตความเป็นอยู่ของตนเอง
เอาจิตวิญญาณของตนเองไปใส่ไว้ที่ผู้อื่น
รู้ใจผู้อื่น แต่ไม่รู้ใจตนเอง
เกิดมาเพื่อผู้อื่น จึงไม่มีสิ่งใดเป็นของตนเอง



วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2563

อัตวินิบาตกรรม

การฆ่าตัวตาย เป็นบาปอย่างหนึ่ง ผู้ที่ฆ่าตัวตายคือผู้ที่ปฏิเสธการเกิดเป็นมนุษย์ ไร้ซึ่ง ขันติ ไร้ซึ่งสติปัญญา ไร้ซึ่งความเพียร ไร้ซึ่งความขวนขวาย เพื่อให้ตนเองนั้นได้ดำรงชีวิตอยู่ ไร้ซึ่งความเข้มแข็งทางจิตวิญญาณ เป็นผู้อ่อนแอ และเห็นแก่ตัว จึงไม่มีสิทธิ์ ไม่มีส่วนในกุศลผลบุญ ของผู้ใด คำโบราณ ที่บอกต่อๆกันมา คือ กรรมฆ่าตัวตาย ต้องไปเกิดเป็นหมา๕๐๐ชาติ บุญกุศลก่อนตายก็ไม่มี ตายเป็นผีไร้ซึ่งบุญกุศล เป็นมนุษย์ไม่มีความเข้มแข็ง ไม่ฝึกความอดทน เกิดเป็นคน ไม่ดิ้นรนหาหนทาง แล้วนับประสาอะไร เมื่อตายกลายเป็นผี จะมีหนทางที่ดีให้เดินได้ไฉน ตอนเป็นมนุษย์ ไม่สร้างสิ่งดีไว้ก่อนที่จะตาย เมื่อสิ้นอายุขัยตายไป จะได้มีหนทาง เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา ให้ถึงเวลาที่สังขารรับไม่ไหว แล้วค่อยไปสู่หนทางแห่งความตาย ไม่ต้องรีบ วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไป ไวประดุจดั่งกระพริบตา หากมีสิ่งใดเข้ามากระทบในชีวิต จงเร่งคิดแก้ไขให้เร็วรี่ กำจัดสิ่งที่เข้ามากระทบให้มลายไปทันที เพียงแค่นี้ สิ่งที่เข้ามากระทบก็จะหนีจะห่างไกล มีเหตุผลมากมายในการฆ่าตัวตายของมนุษย์ เมื่อรู้ถึงเหตุผลแล้วคิดที่จะแก้ไข มนุษย์ทั้งหลายคงไม่ต้องฆ่าตัวตาย เพราะสุดท้ายก็ต้องตายหมดสิ้นกรรม
วิธีแก้ หากเป็นเรื่องหนี้สิน ติดหนี้เขาก็ต้องหามาใช้คืน หากเป็นเรื่องผิดหวังในความรัก รักเขาแต่เขาไม่รัก แล้วจะรักไปทำไมหนา ไม่รักตัวเอง แล้วใครเขาจะมารัก จะไปเรียกร้องความรักจากผู้ใด ตัวของตนยังคิดจะทำลาย พลังแห่งความผิดหวัง จึงเข้าไปทำลาย ผู้ที่ไม่รักตนเอง หากเป็นเรื่องการถูกนินทาว่าร้าย ทำให้เสื่อมเสียและอับอายทั้งหลายหนา ต้องรู้ว่า ตนเองนั้น มีดีกว่า ผู้นินทา แค่วาจา ทำร้ายผู้ดีกว่า ไม่ได้เอย ติฉินนินทา มีแต่ไพร่ สถุล สกุลต่ำ ผู้ดี เขาไม่ว่าใครหรอกหนา คนมีการอบรมสั่งสอนที่ดีในวิญญา ถูกสอนมา ไม่ก้าวก่าย เรื่องของใคร ให้มองผู้นินทาทั้งหลายว่า ต่ำกว่าตน จิตของตนต้องเข้มแข็งกว่า พวกจัณฑาล อย่าอ่อนไหว ฝึกสันดานให้ดีๆ เรื่องแค่นี้ไม่ได้ทำให้ใครตาย ไม่สนใจคำพูดของใคร ที่นินทาจะดีไหม สนใจแล้ว ก่อเกิดทุกข์ แล้วจะสนไปทำไม ทำตนเองให้สูงกว่า อย่าเป็นเช่น จัณฑาล หากเป็นเรื่องธุรกิจที่ล้มเหลว ล้มแล้วลุกขึ้นมาเร่งสร้างใหม่ ตอนเกิดมา ก็ไม่ได้มีอะไร หากต้องเริ่มต้นใหม่ คงไม่ยาก ถ้าพยายาม ถึงแม้ไม่เหมือนเดิม ยังดีกว่า ท้อแท้ และสิ้นหวัง ฝึกจิตของตนให้เป็นผู้กล้า ทำตนให้มีพลัง ไม่ยอมพ่ายแพ้ ต่อโชคชะตา มีความมุ่งมั่น ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคทั้งหลาย เอาชนะความล้มเหลวในชีวิต หากทำได้ คือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ ชนะใคร ก็ไม่เท่ากับ ชนะใจของตนเอง

วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2563

อัตตา และ อนัตตา

ผู้ที่ไม่มีอนาคต คือผู้ที่ได้ชื่อว่า "ตายไปแล้ว" ไม่มีคำว่า"วันพรุ่งนี้"สำหรับผู้ที่ตายไปแล้ว ผู้ที่ยึดติดอยู่กับความตาย ไม่ต่างอะไร กับผู้ที่ไร้ซึ่งชีวิต ว่างเปล่า ไร้ตัวตน ระลึกนึกถึงอยู่กับเหตุแห่งความตาย จนลืมที่จะระลึกนึกถึง ความเป็นจริง ของการมีชีวิตอยู่ พยายามดึงเอาเหตุแห่งความตายไปใส่ตัวของตนอยู่เป็นอันมาก เหตุเพราะไม่ปรารถนา จะดำรงไว้ซึ่งชืวิตของตน ไม่ดำเนินชีวิตในแบบที่มนุษย์เขาเป็นอยู่กัน ผู้ที่ไร้ซึ่งอนาคตทั้งหลาย จึงมักจะกระทำตน ให้เหมือนผู้ที่อยู่ในโลกของความตาย ไม่กิน ไม่หลับ ไม่นอน ไม่ทำงาน ไม่นึกถึงอนาคต ไม่ดูแลแม้กระทั่งสังขารของตน พร่ำท่องบ่นปลุกวิญญาณเรียกความตาย เลี้ยงผี เลี้ยงความตาย เลี้ยงอสูรกายไว้ในใจตน
ผู้ที่ไม่ต้องดูแลสิ่งมีชีวิตใดๆแม้กระทั่งชีวิตของตนเองก็ไม่มีให้ดูแลคือ ผู้ที่ตายไปแล้วทั้งหลายเหล่านั้น ผู้ที่ยึดติดอยู่กับชีวิตของผู้อื่น คือ ผู้ที่ไม่มีชีวิตเป็นของตนเอง เปรียบประดุจดัง ภูติผีและวิญญาณที่มักจะยึดติดอยู่กับชีวิตของผู้อื่น เพราะไม่มีรูปกายสังขารเป็นของตนเอง ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตน จึงต้องอาศัยอยู่กับผู้อื่น จนกว่าจะถึงเวลาไปสู่ยมโลก ไปอยู่ยังสถานที่ๆจัดไว้ให้กับผู้ที่ไร้ซึ่งชีวิต ได้เดินทางต่อไป อีกภพภูมินึงตามกรรมที่ได้สร้างมา
สิ่งที่ผู้มีชีวิตพึงกระทำคือ เมื่อได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นมา ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด จะรวยหรือว่าจน ไม่ใช่สิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิต ความสำคัญในการดำเนินชีวิตคือ ความเป็นอยู่ที่สงบ ไม่วุ่นวาย พอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ ใช้เวลาในแต่ละวันให้คุ้มกับที่ได้เกิดมา เพราะเวลาชีวิตของมนุษย์ไม่แน่นอน
ไม่มีสิ่งใดจะผูกมัดจิตวิญญาณ นอกจากบาปอกุศลที่ทำ ไม่มีสิ่งใดจะแก้ในเหตุแห่งบาปอกุศล นอกจากจิตวิญญาณของผู้ที่หลุดพ้น นึกถึงปัจจุบัน และอนาคต นั่นคือสิ่งที่จะทำให้มนุษย์ดำรงคงอยู่นึกถึงอดีต นึกถึงสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ นั่นทำให้จิตวิญญาณของมนุษย์ถดถอย ไร้ซึ่งพลัง และไม่คิดถึงอนาคตของวันต่อไป ว่าตนเองจะต้องทำสิ่งใดเพื่อให้ได้ และมี ในวันพรุ่งนี้

Translate