อดีตไม่สำคัญ
ปัจจุบันคือความจริง
ยึดติดอยู่กับอดีตจะไม่มีอนาคต
อดีตทำร้ายใครไม่ได้ เพราะอดีตไม่มีความสำคัญกับใครหรอกหนา
ใครที่ปรารถนาจะย้อนวันเวลา คงมีแต่ผู้ที่ไม่ปรารถนาจะอยู่ในโลกของความเป็นจริง อดีตแก้ไขไม่ได้ ปัจจุบันที่เป็นอยู่คือสิ่งที่ต้องแก้ไข จะดีหรือชั่ว รู้อยู่แก่ใจ ระลึกนึกถึงแต่อดีต ไม่มีประโยชน์อันใด ไสยศาสตร์ในอดีตยังต้องสูญสลายหายสิ้นไป ไสยศาสตร์ในปัจจุบันก็ทำอันตรายใครไม่ได้ เพราะอดีตไม่มีวันหวนคืน อนาคตไม่มีไสยศาสตร์ เพราะถูกกำจัดให้มลายหายสิ้นไปแล้วหนา ใครอยากจะย้อนวันเวลา คงต้องระลึกนึกถึงเมื่อครั้งที่ยังไม่ได้เกิดมา ถึงสาเหตุแห่งการเกิด ว่า ได้เกิดมาจากสิ่งใด สิ่งใดที่ทำให้ได้เกิดมา สิ่งนั้นแหละหนาคือสิ่งที่น่าคิดคำนึง ได้เกิดมาแล้วก็ทำหน้าที่ของการเกิดให้ดีเถิดหนา เพราะเวลาชีวิตมีขีดจำกัดรู้ไว้ในทุกครา ถึงเวลา ก็ต้องไป พลัดพราก แยกจาก แม้สังขารที่ได้มาเมื่อครั้ง ที่ได้เกิดเอย
วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2563
อย่ายึดติดกับสิ่งใด
วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2563
กรรมของการเบียดเบียน
เบียดเบียนเพราะเดือดร้อน ไม่เดือดร้อนก็ไม่เบียดเบียนไม่ทุกข์ไม่คิดร้าย คิดร้ายเพราะทุกข์ที่มีอยู่ในใจ ผู้มีความสุข สงบในจิตวิญญาณ ผู้อยู่ดีกินดี ไม่เสาะแสวงหาความเดือดร้อนใส่ตน ผู้สูญเสียในกรรมดี บาปอกุศล จะบันดาลดลให้พบให้เจอกับความสูญเสีย พบเจอกับความเสื่อม เรียนรู้ในสิ่งที่จะทำให้เสื่อมในการผุดเกิดเป็นคน ไม่มีคำว่า ครอบครัวในผู้ที่แสวงหาวิธีที่จะสร้างบาปอกุศลนั้นทั้งหลาย เมื่อตายไปจึงกลายเป็นเปรตสัมภเวสีผีไม่มีญาติ เมื่อมีชีวิตอยู่จึงยังไม่รู้ภพภูมิในโลกหลังความตาย เมื่อละจากกายตายไปเป็นผีถึงได้รู้ว่า บาปกรรมของการเบียดเบียน มันไม่มีคำว่าดี ขัดขวางการทำมาหากินของผู้อื่น กรรมของการขัดขวางจะบันดาลดลให้ เป็นผีที่อดอยากหิวโหย แม้ยังไม่ตายก็ไร้ซึ่งความสำเร็จ ทำสิ่งใดก็ล้มเหลว ค้าขายขาดทุนอยู่ร่ำไป ทำมาหากินสิ่งใดก็ไม่ได้ผลกำไร เพราะกรรมที่เคยเบียดเบียน เรียกว่า ล้มละลายทางจิตวิญญาณ ไม่สามารถเรียกคืนกรรมดีที่สูญเสียไป เพราะเลือกเดินเส้นทางของคำว่า บาปอกุศล กระทำกรรมชนิดเดียวกันกับผู้ที่ไปใช้กรรมในนรก นรกมีหลายขุม บาปเยอะที่สุดก็ขุมสุดท้าย ผู้ที่กระทำแต่กรรมของการเบียดเบียนคือผู้ที่เกิดมาเพื่อล้างผลาญเผ่าพันธ์ุวงศ์ตระกูลของตนเอง เป็นเสนียดจัญไร เป็นผู้ที่ทำลายทรัพย์สมบัติของบิดามารดา ด้วยบาปอกุศลที่มีในจิตวิญญาณ เมื่อก่อบาปทำเวร เวรกรรมนั้น จะไปถึงยังผู้ให้กำเนิด ในทางกลับกัน ถ้ามีบิดามารดาที่เบียนเบียน คิดร้ายผู้คน บาปอกุศลจะไปถึงยังบุตรทั้งหญิงชาย เรียกว่า วงเวียนแห่งกรรม กรรมจึงย้อนกลับไปทำลายผู้ที่ปรารถนาในกรรมนั้นๆ คนเล่นหวยซื้อหวยจะไม่กล้าคิดร้ายใคร เพราะกลัวกรรมแห่งการคิดร้ายจะไปขัดขวางโชคลาภของตน ผู้คิดร้ายทั้งหลายจึงเป็นผู้ที่ไม่เล่นหวยไม่ซื้อหวยไม่แสวงหาโชคลาภใดๆ เพราะกรรมของการเบียดเบียนผู้อื่นเป็นกรรมที่บั่นทอนโชคลาภ ทำให้ไม่มีวาสนา หรืออาจจะเป็นกรรมของวิชา ที่เข้าไปข้องเกี่ยว อวิชา คุณไสย มนต์ดำ ไสยศาสตร์แขกทั้งหลาย เป็นวิชาของผู้ที่ไม่ซื้อหวย วิชาที่ไม่แสวงหาโชคลาภ วิชาที่เรียนเพื่อเป็นผีกระสือๆต้องกินสิ่งปฏิกูล เพื่อเพิ่มแสงแพลนตอลในตนเอง หากอยากเห็นพรายน้ำต้องไปดูที่น้ำเน่าน้ำเสียทั้งหลาย จะเห็นแสงสีเขียวสะท้อนขึ้นมา วิชาของกระสือก็ใช้กฏเดียวกัน วิชาผีปอบ ต้องกินของสดของคาว เพื่อเพิ่มสัญชาติญาณของสัตว์เดรัจฉาน วิชาผีปอบส่วนใหญ่จะผูกจิตวิญญาณไว้กับหมาดำ มักแสดงตนเป็นหมาดำตัวใหญ่ให้ผู้คนได้เห็น ผีที่มองเห็นคนแล้วเข้าแทรกตามร่างกาย ส่วนใหญ่จะเป็นผีที่ไร้บุญกุศล ผีที่มีความทุกข์ทรมาน อยากให้คนรู้ว่ามันมีความทรมานอย่างไร ก็จะแสดงความเจ็บปวดในส่วนนั้นๆของร่างกายให้คนได้รับรู้ เพื่อเรียกร้องความสนใจ เพราะผีจำพวกนี้ส่วนใหญ่เป็นผีที่ไม่มีใครสนใจ จึงมาเบียดเบียนมนุษย์โดยไม่รู้ว่า นั่นคือกรรมของการเบียดเบียน ผู้ที่อยู่ในโลกแคบ ผีที่ถูกสะกดไว้ในหลุมในโลง ผีที่ถูกใช้ให้มาแฝงตามร่างกายทั้งหลาย เป็นผีที่ไม่ได้รับในสิ่งดี แต่จะรับเอากรรมไม่ดีของผู้เป็นเจ้าของสังขาร ผีจะกัดกินสิ่งไม่ดีที่เข้ามาในร่างกาย เพราะกรรมของการเบียดเบียน ผีจะกินได้แต่สิ่งที่ไม่ดี เพื่อชดใช้กรรมที่เข้ามาวุ่นวายในกายสังขารของคน ผีที่ทำให้คนเป็นโรคร้าย ส่วนใหญ่จะเป็นผีที่มีกรรมร่วมกันกับคนๆนั้น ถ้าไม่มีเวรกรรมต่อกัน ผีร้ายทั้งหลายก็ทำอันตรายไม่ได้
ผีดีก็มีเยอะ ผีไม่ดีก็มีมาก สังคมของผี ก็ไม่ได้แตกต่างจากมนุษย์สักเท่าไหร่ มีความเป็นอยู่คล้ายๆกัน แต่อยู่คนละภพภูมิ มีหน้าที่ มีความรับผิดชอบ มีที่อยู่อาศัยหากเคยสะสมบุญกุศล อยากมีโชคลาภ อยากมีเงิน ต้องไม่คิดร้ายใคร ไม่สนใจเรื่องชั่วของคนอื่น ไม่อย่างงั้นกรรมชั่วของผู้อื่นมันจะมาบั่นทอน แทนที่จะได้กลับต้องเสียไปอย่างน่าเสียดาย เพราะกรรมของการเบียดเบียน
วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2563
บุญกุศลสะสมข้ามภพชาติ
วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563
แช่งผีที่เบียดเบียน
คำสาปแช่งที่ใช้กับผีได้ทุกชนิด
แช่งให้ไม่ได้ผุดเกิดเป็นคน
แช่งให้ตกนรกหมกไหม้
แช่งให้ไร้กุศล ไม่มีสิทธิ์เป็นญาติใคร แช่งให้ทุกข์ทรมานอยู่ในนรกอเวจี แช่งให้เป็นผีไร้ญาติไปตลอดกาล แช่งให้ผีที่มาเบียดเบียนทุกข์ทรมานในทุกแห่งหน ใครให้กำเนิดผีร้ายมีส่วนผิดบาปถ้วนทั่วทุกตัวตน ใครเป็นผู้สืบสายโลหิตย่อมได้รับในบ่วงเวร แช่งได้กับผีในทุกศาสนา อย่าปล่อยให้ผีร้ายมาเบียดเบียน เพราะผีที่เบียดเบียนย่อมไม่มีดี ผีดีไม่เบียดเบียนใคร ผีกับคนก็ไม่ได้แตกต่าง คนเมื่อตายก็กลายไปเป็นผี แช่งผีหรือแช่งเจ้าของผีก็ถึงถ้วนทั่วทุกตัวตน เขาเรียกว่า แช่งของที่ส่งมา ผู้เขียนแช่งยิ่งกว่านี้อีก ผีกระเจิงร้องกรี๊ด โหยหวนแทบทุกราย เพราะผู้เขียนแช่งด้วยความถูกต้อง ไม่ได้ริเริ่มเบียดเบียนใครก่อน ผีที่ถูกใช้มาจึงไม่มีสิทธิ์ทำอันตรายใดๆ ผู้เขียนจึงแช่งได้ เพราะมีหน้าที่ทำลายผีคุณไสยให้หมดสิ้นไป จากคำบอกกล่าวของผู้มีหน้าที่ในโลกของวิญญาณ และจากการรู้เห็นการตัดสินบัญชีกรรมของท่านผู้มีหน้าที่ในโลกของวิญญาณ
*เบียดเบียนดวงจิตของผู้ที่มีชีวิตอยู่ เบียดเบียนดวงจิตของผู้ที่ตายไปแล้ว เป็นบาปมหันต์ บุญกุศลใดๆก็ลบล้างบาปกรรมที่ทำไว้ไม่ได้
คำกล่าวนี้จากท่านผู้มีหน้าที่ในโลกของวิญญาณ*
วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563
คำสาปแช่งที่ไม่ย้อนกลับเข้าตัว
ผู้แช่งต้องเป็นฝ่ายถูก ไม่ได้เบียดเบียนหรือคิดร้ายใครก่อน มักแช่งใส่ผู้ที่มาเบียดเบียนได้สำเร็จเสมอ ถึงแม้ศัตรูจะไม่แสดงตัวตนก็ตาม หากรู้ตัวว่าเป็นผู้ที่ถูกกลั่นแกล้งและมีผู้มากระทำ คำสาปที่แช่งไปจะไปถึงผู้กระทำด้วยบาปอกุศลที่ใช้กรรมชั่วมาเบียดเบียน ไม่ว่าจะใช้สิ่งใดมากระทำก็ตาม หากคิดว่าตนเองเป็นฝ่ายถูกมักแช่งได้สำเร็จ ถึงแม้จะใช้ภูติผีปิศาจ หรือใช้วิชามาร ผีร้ายก็จะเอาคำสาปแช่งไปสู่ผู้เป็นเจ้าของผี ให้เจ้าของผีร้ายมีอันเป็นไป ด้วยฤทธิ์ของบาปเวร วิชามารทั้งหลายจะย้อนกลับไปทำลาย ภูติผีทั้งหลายก็จะย้อนกลับไปทำลายเจ้าของผี จิตวิญญาณของผู้ที่ร่ำร้องเรียกหาแต่ความตายจะไม่มีดี ท่องคาถาเรียกผีเรียกความตาย มักตายกลายเป็นผีหมดสิ้นความเป็นคน ไสยศาสตร์คุณไสยที่ผู้เขียนใช้ไปไม่เคยย้อนกลับมาทำลาย เพราะผู้เขียนเป็นฝ่ายถูก และทำลายผู้ที่คิดร้ายทั้งหลายมานับครั้งไม่ถ้วน จึงมั่นใจว่าหากไม่คิดริเริ่มเบียดเบียนผู้ใด คำสาปแช่งที่เคยแช่งไป ก็จะไม่ย้อนกลับมา หลายคนคงคิดว่าทำไมไม่ปล่อยให้เป็นไปตามกฏแห่งกรรม ต้องถามตนเองก่อนว่า ใช่พระอิฐพระปูนไหม หากใช่ คงไม่รู้สึกรู้สาอันใด แต่ด้วยความที่เป็นผู้มีวิชา อย่างผู้เขียนนี้ ความอดทนคนเรามีขีดจำกัด บางอย่างก็ต้องสะสางด้วยตนเอง จะรอแต่กฏแห่งกรรมอย่างเดียวคงไม่ได้ หากไม่สู้ เท่ากับแพ้ แล้วจะยอมให้ตนเองเป็นผู้แพ้ได้อย่างไร ต้องสู้กันสักตั้ง กฏของไสยศาสตร์ ถ้าสู้กันแล้ว ต้องตายกันไปข้างนึง ไม่ตายไม่เลิก ไม่ใช่เราไม่เลิก แต่ไอ้ฝ่ายที่กระทำมา มันไม่ยอมเลิกรา แล้วคนอย่างเราจะยอมได้อย่างไร เกิดเป็นคนต้องสู้ ถึงแม้จะต้องสู้กับผีก็ตาม เพราะผู้ที่มากระทำกรรมแห่งการเบียดเบียน ไม่ได้มีแค่ตัวเดียว แต่มาเป็นหมู่คณะ มาเป็นกลุ่ม ที่เรียกว่า หมาหมู่ นั่นแหละ รับกรรมกันไปเป็นหมู่คณะ ไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่บวชอยู่ในศาสนา ยังไม่วายมีจิตคิดร้ายผู้คน การบวชไม่ได้ช่วยขัดเกลาจิตใจ บุญกุศลไม่มีในหมู่มาร เทพเทวดา ไม่มีในหมาหมู่ทั้งหลาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีในผู้ที่มีจิตเบียดเบียนคิดร้ายทั้งหญิงชาย มีแต่คำว่าตาย ไร้ผู้สืบสาย ไร้ความเป็นคน
วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563
แช่งผี
ผีคือจิตภูติชนิดหนึ่ง เป็นได้ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต บางคนเป็นผีก่อนที่จะตาย อย่างเช่น ผีปอบ ผีกระสือ ผีกระหัง ผีขะมาว ผีทะมบ ผีอีอ๊าบ ผีญิน ผีฮาตูรายา และ บอมอฮาตู (หมอผี) ส่วนใหญ่เกิดจากกรรมพันธ์ุ รับช่วงจากต้นตระกูล เลี้ยงวิชาของผี มีอาชีพรับจ้างทำคุณไสย และสอนวิชาคุณไสยให้กับผู้ที่สนใจ โดยไม่กลัวเรื่องเวรกรรม วิธีกำจัดจิตวิญญาณที่ถูกใช้ให้มารบกวนหรือใช้ให้มาเบียดเบียน แก้ได้ด้วยการแช่งและส่งจิตวิญญาณที่มาเบียดเบียนทั้งหลายให้ไปสู่นรกอเวจีขุมสุดท้ายไปตลอดกาล ผู้เขียนใช้วิธีนี้แหละ ทำลายผีร้ายและเจ้าของผีให้สิ้นไป จะได้ไม่ต้องมาเบียดเบียนกันอีก นรกซัมสล๊าบปิสาเจวะ ฯ.
วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563
สาเหตุของความเจ็บป่วย
ความเจ็บป่วยของมนุษย์เกิดขึ้นจากกรรมพันธ์ุ เกิดจากการกระทำกรรมของตนเอง เกิดจากสภาพแวดล้อม เกิดจากการกระทำของภูติผีปิศาจ บางคนดูแลตนเองอย่างดี ก็ยังไม่วายเป็นโรคร้ายที่รักษาไม่หาย โรคภัยไข้เจ็บจึงเป็นกรรมอย่างหนึ่ง หากเกิดจากภูติผี พวกวิญญาณแฝง ที่ถูกใช้มาจากหมอผีต่างๆ ที่ปล่อยไปตามลม ในทุกช่วงเวลา ส่วนใหญ่ผู้เขียนจะส่งของนั้นคืนกลับ หรือสะกดไว้ หรือทำลายวิชาของผู้ส่งด้วยของที่ส่งมานั้น แต่ถ้าเป็นผู้ไม่รู้ในวิชาไสยศาสตร์ หากมีอาการเหมือนโดนลมเพลมพัด วิธีแก้ น้ำหนึ่งแก้ว ผสมเกลือและน้ำมะนาว ท่องคาถาถอนโบสถ์ถอนเสมา อาราธนาให้เป็นน้ำพุทธมนต์ ถอนเสนียดจัญไรให้ออกไป อาหารก็เป็นส่วนหนึ่งที่ใช้เป็นยารักษาโรคได้ กินอาหารตามฤดูกาลก็ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง หน้าหนาวก็กินอาหารที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น อาหารรสเผ็ดร้อน อาหารที่มีส่วนผสมของพริกไท ขิง ปรับหยินหยางในตัวให้สมดุล โรคภัยไข้เจ็บก็จะไม่มี ที่สำคัญต้องไม่เครียด หากรู้สึกว่า คิดสิ่งใดมากเกินไป สมองเริ่มรับไม่ไหวให้หยุดคิดทันที สมองปลอดโปร่งแล้วค่อยเริ่มคิดใหม่ หากมีอาการเจ็บป่วยให้หลีกเลี่ยง งานอวมงคล สถานที่อโคจร สถานที่ๆคนแออัดพลุกพล่าน พักผ่อนให้เพียงพอ เพียงแค่นี้ก็สามารถที่จะยืดอายุของสังขารให้ยืนยาว...
วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563
ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ
ห้ามคนอื่นไม่ให้โง่ ยากยิ่งกว่าห้ามตนเอง
ห้ามตนเองไม่ให้โง่ นั้นง่ายกว่า
ห้ามคนชั่วไม่ให้ชั่วยากยิ่งกว่าห้ามตนเอง
ห้ามตนเองไม่ให้ชั่วนั้นง่ายกว่า
กรรมชั่วบางครั้งก็เป็นสิ่งที่อยู่ติดกับจิตวิญญาณมาตั้งแต่เกิด ที่เขาเรียกกันว่า"สันดาน"เป็นอุปนิสัยที่แก้ได้ยาก ต้องปล่อยให้เป็นไป จนกว่ากรรมชั่วจะส่งผล โดยเฉพาะนิสัยที่ชอบทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน พวกที่ชอบทำตัวเป็นบ่างช่างยุ ติฉินนินทาว่าร้าย เพราะความอิจฉาริษยา กลัวว่าผู้อื่นจะได้ดี แทนที่จะทำดีให้ได้อย่างเขา แต่กลับพยายามจะฉุดรั้งเขาให้ได้ตกต่ำ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็ด้วยคาถา ไสยศาสตร์ที่ใช้ทำลายกันมีอยู่เยอะแยะมากมาย ไม่ชอบใจใครก็เขียนชื่อไปนั่งทับ สาปแช่งเขาต่างๆนาๆ บางคนหนักหน่อยถ่ายรูปเขาแล้วเอาไปใส่ไว้ในรองเท้าเพื่อเหยียบย่ำ กรรมของผู้ที่ทำเช่นนี้มักมีปัญหากับอวัยวะในส่วนที่ใช้ทำร้ายเขา เพราะได้ชื่อว่า"สำเร็จในบาป" กรรมจึงส่งผล ใครอยากจะทำในสิ่งที่เรียกว่ากรรมของการเบียดเบียนให้สำเร็จ ทั้งวจีกรรม มโนกรรม และกายกรรม ผู้สำเร็จแล้วซึ่งกรรมชั่วที่ตนปรารถนาคือผู้ที่ต้องไปสู่นรกภูมิ เมื่อสำเร็จแล้วซึ่งกรรมชั่ว ผลบุญที่เคยสร้างมาทุกภพชาติจะถูกทำลาย ด้วยผลของความสำเร็จในกรรมชั่วนั้น บางคนพยายามคิดร้ายผู้อื่นแต่ทำร้ายผู้อื่นไม่สำเร็จสักที ก็ได้บนบานศาลกล่าววอนขอ ต่อฟ้าดิน ขอให้คิดชั่วทำชั่วกับผู้อื่นได้สำเร็จ โดยไม่รู้ว่า ความสำเร็จในกรรมชั่วที่ได้มานั้น ต้องแลกกับสิ่งใด เลือกที่จะชั่วจึงไม่มีดี ความสำเร็จในกรรมชั่วเป็นมรดกอย่างหนึ่ง ทายาทต้องรับช่วงความสำเร็จในกรรมชั่วนั้น ยากที่จะห้าม กรรมชั่วเป็นสิ่งที่มนุษย์บางจำพวกปรารถนา เส้นทางแห่งกรรมมีสองเส้นทาง ชั่วและดี หากสำเร็จในกรรมชั่ว เดินบนเส้นทางที่ชั่ว หากสำเร็จในกรรมดี เดินบนเส้นทางที่ดี เส้นทางดีเดินไปสู่ภพภูมิที่ดี เส้นทางชั่วเดินไปสู่ภพภูมิที่ชั่ว ไม่มีใครจะห้ามใครได้ หากเป็นเส้นทางที่เขาเลือกเดิน เพราะยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ต้องปล่อยให้เขาเป็นไปตามใจที่ปรารถนาในกรรมนั้นๆเพราะผู้ที่ต้องไปใช้กรรมในนรกภูมิคือผู้ที่ล้วนสำเร็จในกรรมชั่วทั้งปวงโดยไม่มีบุญกุศลใดๆไปหักล้าง เพราะเส้นทางแห่งกรรมชั่วคือเส้นทางที่ไร้บุญกุศล ส่งผลในภพชาติปัจจุบัน ทั้งมนุษย์และอมนุษย์
วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563
ทำกินและไม่ทำกิน
ผู้ที่ทำมาหากินเพราะมีภาระหน้าที่ของการได้ผุดเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาต้องดูแลตนเองและผู้ที่อยู่รอบข้างทั้งหญิงชาย มีความอยากได้ อยากมีในสิ่งที่ดีอยู่ร่ำไป เที่ยวเสาะแสวงหาวิธีแห่งการทำมาหากิน อยากมีเงิน อยากมีบ้าน อยากมีรถ อยากมีทรัพย์สินสิ่งของที่มนุษย์อยากจะมีนั้นทั้งหลาย ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน ไม่เบียดเบียน ไม่คิดร้ายใคร พยายามทำไป เพราะสักวัน จะได้ ในสิ่งที่ดีๆ
ผู้ที่ไม่ทำมาหากิน เพราะไม่มีภาระ ไม่มีหน้าที่ของความเป็นคนทั้งหญิงชาย ไม่ต้องดูแลผู้ใด ไม่อยากได้ ไม่อยากมีในสิ่งที่มนุษย์อยากจะมีนั้นทั้งหลาย ไม่สนใจทรัพย์สินเงินทอง เพราะไม่ปรารถนา จึงสนใจเรื่องของความตาย ถิ่นที่อยู่อาศัย ก็ไม่ปรารถนาที่จะมี อาศัยอยู่กับผู้อื่นนั้นทั้งหลาย อาศัยข้าวปลาอาหาร ประทังชีวิต ไปวันๆ อยู่เพื่อรอวันตาย เมื่อว่างมากจึง ไปร่ำเรียนวิชาเรียกความตาย เรียนวิชาแห่งบาปอกุศล เบียดเบียนผู้คนเพราะ ในชีวิตไม่มีการงาน เกิดมาทั้งที ไม่รู้ว่าเกิดมาเพื่อสิ่งใด จึงไม่ปรารถนาในสิ่งที่ดีๆ
ส่วนใหญ่ผู้ที่เรียนเดรัจฉานวิชา มักไม่ปรารถนาจะเกิดเป็นคน เรียนวิชาที่ไม่หลุดพ้น ก็ต้องวนเวียนอยู่ในวัฏฏะ ผุดเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน แยกแยะไม่ได้ว่าสิ่งที่ทำ เรียกว่า ปรารถนาในบาปอกุศลอยู่ร่ำไป ที่เป็นเช่นนี้เพราะ ไม่ได้ทำมาหากิน อาศัยอยู่กับผู้อื่น จึงไม่เข้าใจว่า คนที่ทำมาหากิน ไม่มีเวลาว่าง เพื่อไปคิดร้ายใครๆ คิดแต่เรื่องงาน เรื่องเงิน ไม่มีเวลาคิดเรื่องชั่วเลวร้าย ทำแต่งานหาแต่เงิน ไม่มีเวลาเบียดเบียนใคร เพราะผู้เขียนผ่านเวลานั้นมา จึงเข้าใจ ทำแต่งาน เช้าตื่นขึ้นมาทำงาน ถึงเวลาก็กลับที่พักเพื่อพักผ่อน บางวันทำงานสิบกว่าชั่วโมง ทำงานแทบไม่มีวันหยุด ที่ทำได้ ก็เพราะอยากได้เงิน อยากมีเงิน จึงไม่เคยเหนื่อยกับการทำงาน ทุกวันนี้ไม่ได้ทำแบบนั้นแล้วจึงมีเวลาว่าง มานั่งเขียนบทความเพื่อเป็นกำลังใจให้คนที่พบเจอกับสิ่งที่ไม่มีตัวตนมาเบียดเบียน ผู้เขียนเคยทำงานเป็นfreelance ต้องเดินทางไปทำงานที่ต่างจังหวัด ก็ยังไม่วาย ถูกพวกที่ไม่ทำมาหากินมาเบียดเบียน เรียกว่า พยายามขัดขวางทุกวิถีทาง ทั้งไปยุลูกค้าของผู้เขียนให้เรียนวิชามนต์แห่งบาปอกุศล ผู้เขียนจึงไม่ข้องเกี่ยว เพราะคิดว่าน่าจะเป็นกรรมของลูกค้าเอง ถามถึงรายได้ที่ต้องตัดทิ้งไปก็เป็นจำนวนที่มากพอดู ที่ต้องตัดก็เพราะไม่อยากให้พวกที่ไม่ทำมาหากิน ไปยุ่งวุ่นวายกับลูกค้าก็เท่านั้นเอง จึงต้องหาวิธีคิดที่จะทำให้มีรายได้มากกว่ารายได้ที่ต้องตัดทิ้งไป ถึงแม้จะถูกเบียดเบียนจากพวกบ้าไสยศาสตร์ที่ไม่ทำมาหากินนั้นทั้งหลาย หนทางในชีวิต ยังมีให้เลือกเดินตั้งมากมาย เลือกเดินบนเส้นทางที่พวกบ้าไสยศาสตร์ทำอันตรายไม่ได้ ก็เท่านั้นเอง ผู้ไม่ทำมาหากิน เพราะทำมาหากินไม่เป็นนั้นทั้งหลาย บางคนก็อาศัยเงินจากบิดรมารดา ที่คอยหาไว้ให้ โดยไม่รู้ว่าอนาคต หากไม่สอนให้ทำมาหากิน ถึงเวลา ไม่มีบิดรมารดา จะอยู่กันอย่างไร ทำกินเองไม่เป็น ดูแลตนเองไม่ได้ ทรัพย์สมบัติต้องร่อยหรอลงไป เพราะไม่เคยถูกสั่งสอนให้ทำงาน แถมคบจิตวิญญาณแห่งบาปอกุศล ใช้เงินที่พ่อแม่ให้มา อย่างไม่รู้คุณค่าของเงินหนา สุดท้ายไม่เหลือทรัพย์สินเงินตรา ทุกอย่างย่อมเป็นไปตามกฏแห่งกรรม
ผู้ชนะ
จิตวิญญาณที่เข้มแข็งย่อมเอาชนะอุปสรรคได้เสมอ ไม่ย่อท้อ ไม่อ่อนแอ ไม่อ่อนไหว มองเห็นถึงความมุ่งหวังที่ได้ตั้งใจไว้ มีวิธีคิดที่จะทำลายตัวอุปสรรคให้หมดสิ้นไป ถึงแม้จะมีมารมาผจญ ถึงแม้จะต้องสู้กับสิ่งที่ไม่มีตัวตน ก็จะเอาชนะพวกมันทั้งหลายอย่างง่ายดาย เพราะมีความตั้งใจที่แน่วแน่ ถึงการดำเนินชีวิตที่มั่นคง ไม่ล้มเลิกกับความตั้งใจที่จะไปให้ถึงยังที่หมาย ถึงแม้หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล ก็จะหาวิธีย่นระยะทาง ให้ไปถึงในเร็ววัน อยากชนะต้องเข้มแข็ง สร้างพลังกาย และพลังใจ ทำลายอุปสรรคให้มลาย เหล่าผีร้าย ไสยศาสตร์ที่ชั่วร้าย คือจิตวิญญาณของผู้ที่อ่อนแอ ทำลายจิตวิญญาณที่อิจฉาริษยา ทำลายจิตวิญญาณที่ไม่ปรารถนาจะมีดีนั้นทั้งหลาย ทำลายจิตวิญญาณของผู้ที่กลัว ไม่กล้าสู้หน้าใครทั้งหญิงชาย ทำตัวเป็นอุปสรรคขัดขวางผู้อื่นอยู่ร่ำไป เบียดเบียนคิดร้ายเพราะกลัวว่าเขาจะเดินไปสู่หนทางที่ดีๆ จึงพยายามจะฉุดรั้ง เบียดเบียนทุกวิถีทาง เพราะกลัวว่าเขาจะไปถึงที่หมาย ชั่ว เลว ร้าย พยายามทำลายเขาให้เป็นไป ทั้งต่อหน้าและลับหลัง สุดท้าย ทำอันตรายเขาไม่ได้ ต้องพ่ายแพ้ ถอยร่นกลับไป ประหนึ่งดังสู้ศึกในสงคราม ผู้เข้มแข็งจึงเป็นผู้ชนะ ข้าศึกรุกล้ำเขตแดนไม่ได้ เพราะเป็นผู้ที่ฝึกฝนตนเองให้แข็งแกร่งไม่แพ้ใคร ชนะข้าศึกได้ทั่วทุกทิศทาง รู้เขา รู้เรา รู้รอบ รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง
สิ่งใดที่เรียกว่า"อุปสรรค"สิ่งนั้นคือตัวขัดขวางการดำเนินชีวิต
สิ่งใดเรียกว่า"มาร"สิ่งนั้นคือ ชั่วเลวร้ายนั้นทั้งหลาย
ผู้ชนะจะทำลายมารและตัวอุปสรรคที่มาราวี ด้วยความเข้มแข็งที่มีในวิญญาณ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ด้วยมนต์ ใช้เวทมนต์คาถา ใช้หลักคำสอนขององค์ศาสดา คาถาชนะมาร นั่นยังไง เปรียบประดุจดังข้าศึกมาประชิด จะปล่อยให้ข้าศึกมารุกรานอยู่ฝ่ายเดียว ย่อมเป็นไปไม่ได้ ต้องตอบโต้ทำลายข้าศึก ให้มารุกรานไม่ได้อีกต่อไป สุดท้ายก็จะชนะได้ อย่างที่ตั้งใจ เพราะข้าศึกสูญสลาย หายสิ้นไป ไม่เหลือผู้ใดที่กล้ามาราวี ผู้ชนะสิบทิศ ผู้ไม่ยอมแพ้ใคร ชนะศัตรูมาแล้วทั่วทุกทิศทาง
วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563
วิธีหลุดพ้นจากบ่วงเวร
ไม่เอาจิตวิญญาณของตนไปผูกมัดอยู่กับผู้ใด ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น ไม่เบียดเบียนผู้อื่นด้วยวจีกรรม มโนกรรม และกายกรรม พึงระลึกนึกถึงกรรมดี ที่เคยสร้างมา ทำบุญอย่าหวังผล ทำทานอย่าหวังสิ่งตอบแทน จึงจะเป็นบุญกุศลที่บริสุทธิ์ เพราะทำไปด้วยความปรารถนาดี ผลดีก็จะตอบแทนกลับคืน โดยไม่ต้องไปขอต่อสิ่งใด ความปรารถนาดีต่อผู้อื่น ปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ ชี้หนทางแห่งการหลุดพ้น จากการเวียนว่ายตายเกิด หลุดพ้นจากวงเวียนของเวรกรรม ดังเช่นพระพุทธเจ้า และศาสดาของทุกศาสนา ได้กระทำการเผยแพร่ในสิ่งที่ได้ทำสำเร็จแล้ว พบหนทางแห่งการหลุดพ้นแล้ว จึงพร่ำสอนและบอกกล่าวกับผู้คนให้ได้รู้ เพื่อจะได้ ไม่ต้องทุกข์อยู่ในวัฏฏะสงสาร
การมุ่งร้ายผู้อื่น เป็นทุกข์อย่างหนึ่ง การปรารถนาดีต่อผู้อื่น เป็นสุขอย่างหนึ่ง
การไม่เสาะแสวงหาในเหตุแห่งทุกข์ ไม่เอาจิตวิญญาณของตน ไปเกาะเกี่ยวอยู่กับทุกข์ทั้งหลาย ไม่เข้าไปหาเหตุแห่งความเดือดร้อนทั้งปวง ไม่คบจิตวิญญาณที่พาไปสู่หนทางแห่งความเสื่อม มารร้าย จิตภูติที่ชั่วร้าย ผู้ที่กระทำกรรมที่เปรตเคยกระทำไว้ทั้งหลาย มนุสสเปโต เปรตที่อาศัยอยู่ในใจคน ผู้ที่ปรารถนาจะเป็นเปรตนั้นทั้งหลาย อสุรกาย เป็นมารที่ไม่แสดงตัวตน แต่จะมีอยู่ในจิตภูติของผู้ที่เบียดเบียนผู้อื่นด้วยสิ่งที่ไร้ตัวตน จะคอยยุและเสี้ยมให้กระทำกรรมที่ต้องติดอยู่ในบ่วงของเวรกรรม เปรียบประหนึ่งดังพระเทวทัตที่ยุและเสี้ยมพระเจ้าอชาตศัตรูให้คิดกำจัดพระราชบิดาด้วยวิธีการต่างๆ สุดท้ายถึงแม้จะสำนึกได้ ก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไข ในบ่วงของเวรกรรม อเสวนาจะพาลานัง คบจิตวิญญาณที่เป็นมาร พาลพาไปหาผิด ไม่มีมิตรแท้ ในหมู่มาร
หลุดพ้นจากบ่วงเวรได้ด้วยจิตวิญญาณที่ไม่ผูกมัด ไม่ยึดติด ไม่ข้องเกี่ยว ไม่พบ ไม่เจอ ไม่ปรารถนา ไม่ระลึก ไม่นึกถึง ไม่เสาะแสวงหา ไม่เสวนา ในบาปทั้งปวง..
วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2563
กรรม ขรรม ครรม
กะลำ ขะลำ คะลำ เป็นคำที่เคยใช้ในสมัยอาณาจักรขอม ใช้เป็นคำเตือน ห้ามมิให้กระทำกรรมที่ไม่ดีทั้งหลาย กะลำคือกรรมของการล่วงละเมิด ฝ่าฝืน เบียดเบียน หากใครกระทำจะต้องอาถรรพ์ของกะลำ เหมือนเป็นคำสาปอย่างหนึ่งของคนในยุคนั้น ขะลำคือการล่วงล้ำขอบเขตของผู้อื่น ทั้งถิ่นที่อยู่อาศัย กายสังขารหรือจิตวิญญาณของผู้อื่น คะลำคือการสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น ละเมิดสิทธิของผู้อื่น เบียดเบียนผู้อื่นด้วยวิธีการต่างๆ คนในยุคนั้นเขาจึงใช้กรรม กะลำ ขรรม ขะลำ ครรม คะลำ มาเป็นตัวกำหนดกฏเกณฑฺ์ของการอยู่ร่วมกันไม่ให้เบียดเบียนกัน กรรม คำนี้แม้แต่ผียังกลัว
วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2563
ผู้ส่งสาร
อีกวาระนึง ณ.สถานที่แห่งนั้น เห็นหญิงชายคู่หนึ่งยืนฟังคำกล่าวของท่านผู้มีหน้าที่ในโลกของวิญญาณ ท่านกล่าวกับหญิงชายคู่นั้นว่า"บัดนี้ บุตรของพวกเจ้า ได้ก่อบาปทำเวรไว้กับผู้คนนั้นมากมาย พวกเจ้าจึงต้องชดใช้เวรกรรม"
อีกวาระนึง ณ.สถานที่สอนวิชาสมาธิแห่งหนึ่ง(ที่รู้เพราะเห็นป้ายเขียนบอกเกี่ยวกับสถานที่แห่งนั้น และคำกล่าวของผู้สอนที่เคยกล่าวไว้ว่า"อาตมาสอน ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าห้ามสอน" ) ผู้เขียนเห็นท่านผู้มีหน้าที่ในโลกของวิญญาณยืนอยู่ที่หน้าสถานที่แห่งนั้น แล้วกล่าวออกมาว่า"พวกเจ้าทั้งหลายจะไม่ได้ผุดเกิดเป็นมนุษย์อีก พวกเจ้าทั้งหลาย ตัองผุดเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานตลอดกาล" (คงเป็นวิชาที่สอนเกี่ยวกับการสร้างกรรมแห่งการเบียดเบียน พระพุทธเจ้าจึงห้าม ไม่ให้เรียน ไม่ให้สอนวิชาสมาธิแบบนี้)
สมาธิบางอย่างก็เป็นจุดเริ่มต้น เป็นพื้นฐานของผู้ที่อยากเรียนวิชาไสยศาสตร์ ต้องฝึกสมาธิก่อนเป็นอันดับแรก จึงจะไปเรียนอักขระเวทมนต์คาถาในขั้นต่อไป
สิ่งที่ดลใจให้ได้รู้และเห็นนี้คงอยากให้ผู้เขียนได้เตือนผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้งหลาย ให้มีสติในการดำรงชีวิต อย่าได้เบียดเบียน อย่าได้คิดร้ายซึ่งกันและกัน เพราะทุกอย่างบนโลกใบนี้ มีเวลาเป็นตัวกำหนด การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปในสังขาร เหลือไว้เพียงวิญญาณ ที่ไปสู่อีกภพภูมิ ต่างกรรมต่างวาระที่สะสมไว้ในวิญญาณ ไม่เบียดเบียน ไม่คิดร้ายใครดีที่สุด จะได้ไม่ไร้บุญกุศล อุตส่าห์ได้เกิดเป็นคน ควรแสวงหาวิธีแห่งการหลุดพ้นจากบ่วงเวร...
วิธีแห่งการหลุดพ้นจากบ่วงเวร
ไม่เอาจิตวิญญาณของตนไปผูกมัดอยู่กับผู้ใด ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น ไม่เบียดเบียนผู้อื่นด้วยวจีกรรม มโนกรรม และกายกรรม พึงระลึกนึกถึงกรรมดี ที่เคยสร้างมา ทำบุญอย่าหวังผล ทำทานอย่าหวังสิ่งตอบแทน จึงจะเป็นบุญกุศลที่บริสุทธิ์ เพราะทำไปด้วยความปรารถนาดี ผลดีก็จะตอบแทนกลับคืน โดยไม่ต้องไปขอต่อสิ่งใด ความปรารถนาดีต่อผู้อื่น ปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ ชี้หนทางแห่งการหลุดพ้น จากการเวียนว่ายตายเกิด หลุดพ้นจากวงเวียนของเวรกรรม ดังเช่นพระพุทธเจ้า และศาสดาของทุกศาสนา ได้กระทำการเผยแพร่ในสิ่งที่ได้ทำสำเร็จแล้ว พบหนทางแห่งการหลุดพ้นแล้ว จึงพร่ำสอนและบอกกล่าวกับผู้คนให้ได้รู้ เพื่อจะได้ ไม่ต้องทุกข์อยู่ในวัฏฏะสงสาร
การมุ่งร้ายผู้อื่น เป็นทุกข์อย่างหนึ่ง การปรารถนาดีต่อผู้อื่น เป็นสุขอย่างหนึ่ง
การไม่เสาะแสวงหาในเหตุแห่งทุกข์ ไม่เอาจิตวิญญาณของตน ไปเกาะเกี่ยวอยู่กับทุกข์ทั้งหลาย ไม่เข้าไปหาเหตุแห่งความเดือดร้อนทั้งปวง ไม่คบจิตวิญญาณที่พาไปสู่หนทางแห่งความเสื่อม มารร้าย จิตภูติที่ชั่วร้าย ผู้ที่กระทำกรรมที่เปรตเคยกระทำไว้ทั้งหลาย มนุสสเปโต เปรตที่อาศัยอยู่ในใจคน ผู้ที่ปรารถนาจะเป็นเปรตนั้นทั้งหลาย อสุรกาย มารที่อาศัยอยู่ในทุกที่เป็นมารที่ไม่แสดงตัวตน แต่จะมีอยู่ในจิตภูติของผู้ที่เบียดเบียนผู้อื่นด้วยสิ่งที่ไร้ตัวตน จะคอยยุและเสี้ยมให้กระทำกรรมที่ต้องติดอยู่ในบ่วงของเวรกรรม เปรียบประหนึ่งดังพระเทวทัตที่ยุและเสี้ยมพระเจ้าอชาตศัตรูให้คิดกำจัดพระราชบิดาด้วยวิธีการต่างๆ สุดท้ายถึงแม้จะสำนึกได้ ก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไข ในบ่วงของเวรกรรม อเสวนาจะพาลานัง ไม่มีมิตรแท้ ในหมู่มาร
วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
อัตตาหิ อัตตาโนนาโถ เกิดเป็นคนต้องรู้จักพึ่งตนเอง ขวนขวายหาสิ่งดีให้ตนเอง เพราะมนุษย์มีเวลาชีวิตที่ไม่เท่ากัน อย่ามัวรอการช่วยเหลือจากสิ่งอื่นใด อยากได้สิ่งใดต้องหาได้ด้วยตนเอง หากมีสิ่งใดเข้ามากระทบการดำเนินชีวิต ต้องแก้ไขได้ด้วยตนเอง หากอยากร่ำรวยก็ต้องรู้จักขวนขวายหาหนทางแห่งความร่ำรวย หากถูกเบียดเบียนด้วยอวิชชาคุณไสย ถูกกระทำด้วยความอิจฉาต่างๆนาๆ ก็ต้องรู้ถึงวิธีแก้ ไสยศาสตร์ทำร้ายผู้ที่รู้กว่ามันไม่ได้ ไม่ต้องไปพึ่งหมอผีตนใด แก้ได้ด้วยตนเอง อยู่ที่ใจว่าจะเข้มแข็งเพียงใด ผู้มีบุญบารมีสูง ไสยศาสตร์ทำอันตรายไม่ได้อยู่แล้ว ผู้ที่มีดวงชะตาชนะศัตรู ภัยร้ายทั้งหลายจะพ่ายแพ้ไปเอง เช่นผู้ที่เกิดปีเสือ ตามความเชื่อของคนโบราณ มักจะห้ามผู้ที่เรียนไสยศาสตร์ทั้งหลายไม่ให้ทำใส่คนปีเสือ เพราะคุณไสยจะย้อนกลับ ฮู้ในภาษาจีนก็มีคำว่าเสือ เขียนเสือให้ผีกลัว อะไรประมาณนั้น หากอยากเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่า " ผู้รู้ "ก็ต้องขวนขวายศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง อย่าเชื่อเพียงเพราะเขาบอกว่า.. อย่าเชื่อเพียงเพราะเขาสอนว่า..อย่าได้เที่ยวถามหาผู้รู้ เพราะตัวรู้ที่แท้จริงเกิดขึ้นได้ด้วยตนเอง รู้ตัว รู้ตน รู้หลักของความเป็นคน พระพุทธเจ้าตรัสรู้ได้ด้วยพระองค์เอง อัตตาหิ อัตตาโนนาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2563
ทำตนให้ฉลาดกว่าผี
วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2563
การศึกษาของผู้เขียน
ศึกษาอักขระภาษาขอม ภาษาบาลี ภาษาล้านนา ฯ การเขียนยันต์ต่างๆ ความหมายของภาษาบาลี บทสวดมนต์ภาษาล้านนา
ศาสตร์ของดวงดาว โลก จักรวาล ฯ
โหราศาสตร์ ไสยศาสตร์ คำสอนของศาสนาต่างๆ ฯ
ศึกษาเกี่ยวกับสมุนไพร วิชาความรู้แบบโบราณ การแก้คุณไสยด้วยสมุนไพรและว่านยาฯ
พิธีกรรมการสาปแช่งแบบโบราณ
ไสยศาสตร์วูดู ไสยศาสตร์เขมร ไสยศาสตร์แขก ไสยศาสตร์ของทวีปยุโรปและเอเชีย เรียนรู้ทั้งกันและแก้ และกระทำได้ในไสยศาสตร์ทุกแขนง
เหตุผลที่ต้องศึกษาวิชาแบบนี้
เพราะมีผู้ที่ไร้สติมากระทำคุณไสยใส่ โดยไม่รู้จักกัน อาจเป็นเพราะอยากลองวิชา อาจเป็นเพราะอิจฉาริษยา อาจเป็นเพราะไม่ชอบคนที่ไหว้พระสวดมนต์ ไม่ชอบคนที่ไม่เบียดเบียน ไม่คิดร้ายใคร คงอยากให้กระทำตนชั่วเลวร้ายเหมือนผีร้ายทั้งหลายหละมั้ง ใจคนยากแท้หยั่งถึง ได้กระทำใส่ในรูปแบบต่างๆ ใช้ผีมาก่อกวน ถ่ายรูปเพื่อทำคุณไสย ปั้นหุ่นเพื่อทำพิธีสาปแช่งต่างๆมากมาย ทั้งยาสั่งหนังควาย ใช้ผีมาบิดไส้ต่างๆนาๆ ใช้ผีทะมบ ผีปอบ ผีกะ ผีกระสือ ผีกระหัง ผีเปรต ผีพราย ผีตายโหง ผีตายห่า สารพัดผีที่จะใช้มา กระทำกรรมแห่งการเบียดเบียนและได้กล่าวอาฆาตผู้เขียนไว้ว่า"ระวังตัวมึงเอาไว้ให้ดี เตรียมตัวตายได้เลย กูจะไปบอกเจ้านายกู ให้มาจัดการกับมึง"สิ่งนี้จึงเป็นแรงบันดาลใจให้มุ่งมั่นที่จะทำลายพวกบ้าไสยศาสตร์ให้หมดสิ้นไปจากโลกใบนี้ จะได้ไม่ต้องไปเบียดเบียนหรือคิดร้ายผู้ใดอีก ผู้เขียนแก้ไสยศาสตร์ได้ด้วยตนเอง เพราะเป็นผู้ที่ศึกษาเรื่องแบบนี้มาก่อนจึงรู้วิธีแก้ โดยไม่ต้องไปพึ่งหมอไสยศาสตร์คนใด สิ่งที่ถูกทำลายไปจะไม่สามารถเอากลับคืน เช่น ผลบุญที่ทำให้เกิดเป็นมนุษย์ ผีร้ายทั้งหลายจะไม่ได้ผุดเกิดเพราะไร้บุญกุศล ความเสื่อมจะบังเกิดกับผู้เป็นเจ้าของผีร้ายทั้งหลายเสื่อมศีลธรรม เสื่อมเวทมนต์ เสื่อมคาถา เพราะอาถรรพ์ในวิชา คำสาปที่ได้กระทำไว้เพื่อทำลายผู้ที่คิดร้ายทั้งหลาย ไม่มีวิธีแก้ บทเรียนที่แก้ไขไม่ได้บทนี้เพื่อสั่งสอน เพื่อกำหราบ ทุกดวงจิต ทุกดวงวิญญาณแห่งบาปอกุศล ให้ไม่มีโอกาสในการผุดเกิดเป็นคน ต้องไปเกิดเป็นเปรตอสูรกาย ปิดกั้นโอกาสแห่งการคิดร้าย จะได้ไม่ต้องเกิดมาเพื่อคิดร้ายผู้ใดอีกฯ
วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2563
สมองของความคิด
วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
จิตคิดชั่ว
เกิดจากชั่ว ก็ต้องชั่ว ไม่กลัวในกรรมเวร
ทำชั่วให้ผีเห็น เป็นที่ประจักษ์แก่ฟ้าดิน
ไปที่ใด ใครก็รู้ ว่าชั่วในสายโลหิต
จะปกปิดการผุดเกิดจากชั่วได้อย่างไรหนา
ทำแต่ชั่ว คิดแต่ชั่ว ฟ้าดินรับรู้
ว่าเป็นที่ต้นกำเนิด การเกิดมา
สัตว์มีพิษก็ต้องเกิดจากผู้มีพิษอยู่ร่ำไป
พันธุกรรมเป็นตัวแยก
ว่าเป็นสัตว์ ที่ชั่วหรือว่าดี
สิ่งที่ใครมองไม่เห็นนั่นแหละคือสิ่งที่มองเห็น
เห็นการกระทำของมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลายในกรรมเวร
ทำชั่วให้ฟ้าดินเห็น
ไม่ต้องหวังขอพรใดๆ
วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2563
ผู้ฉลาดในอุบายแห่งความเสื่อม
ฝึกจิตใต้สำนึกของตนให้จดจำแต่เรื่องที่ดี
เรื่องชั่วเรื่องเลวเรื่องร้ายๆของใครๆอย่าได้ไปจดจำ อย่าได้น้อมเอากรรมชั่วกรรมเลวของใครๆมาใส่ตัว ใครติฉินนินทาว่าร้ายทั้งต่อหน้าและลับหลัง ไม่ต้องเอามาใส่ใจ ทุกข์ของใครใครก็รับกันไปเอง ปล่อยวางกับกรรมของผู้อื่น ใครเขาจะเป็นอย่างไรก็ช่างเขา ตัวของเราไม่ต้องเข้าไปวุ่นวาย ไม่ต้องไปสนใจหากใครเขาจะทุกข์เพราะกรรมที่ทำมา หากใครเขาพยายามจะทำให้ต้องทุกข์ จงรู้ทันอุบายแห่งความเสื่อมทั้งหลายหนา ชีวิตของเราจะได้ไม่เสื่อม เพราะรู้ทันในเหตุแห่งความเสื่อมที่มีมา จึงเป็นผู้ที่มีความสุขกับชีวิตในทุกวัน
วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2563
ผู้อยู่เหนือคุณไสย
วิชาแห่งบาปอกุศล วจีกรรม มโนกรรม และกาย
กรรม จะนึกคิดและกระทำแต่เหตุแห่งกรรมของการเบียดเบียน เพราะเป็นสันดานเดิมที่ติดจิตวิญญาณเมื่อครั้งก่อนที่จะไปเกิดเป็นเปรต
เรียกว่าจิตวิญญาณเปรตในร่างมนุษย์ หรือมนุสสเปโตนั่นเอง กระทำในเหตุแห่งบาปทั้งปวงเพื่อที่จะได้กลับไปเกิดเป็นเปรตอีก และไม่สามารถกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ นี่คือความต้องการในส่วนลึกของผู้ที่เรียนเดรัจฉานวิชาคุณไสย เพราะไม่ปรารถนาจะเกิดเป็นมนุษย์อีก จิตวิญญาณชั้นต่ำมักตกเป็นทาสของคุณไสย เมื่อตายไปเป็นผี ก็เรียกว่า ผีคุณไสย
ผู้ที่อยู่เหนือคุณไสย คือผู้ที่มีจิตวิญญาณชั้นสูง เป็นจิตวิญญาณของผู้ที่เคยเกิดอยู่ในภพภูมิชั้นเทพพรหม มีเทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยคุ้มครอง ป้องกันไม่ให้สิ่งชั่วร้ายใดๆมากล้ำกลาย ภพภูมิของเทวดา กับภพภูมิของเปรต จึงแตกต่าง กัน ทั้งด้านความคิด สติและปัญญา ผู้ที่อยู่เหนือคุณไสยจึงมีสติ สมาธิและปัญญา มากกว่าผู้ที่ เรียนเดรัจฉานวิชา คุณไสยมนต์ดำเป็นวิชาของ คนชั้นต่ำ ที่คนชั้นสูงเขาไม่เรียนกัน เพราะภพภูมิ ที่เคยเกิดเป็นตัวช่วยปรับปรุงด้านสติและปัญญา จะโง่หรือฉลาดก็อยู่ที่ภพภูมิที่เคยเกิดนี่แหละ คุณไสยมนต์ดำทำอันตรายผู้ที่มีความฉลาดกว่า ไม่ได้ ผีทำอันตรายผู้ที่มีสติและปัญญาที่เหนือกว่าผีไม่ได้ จิตวิญญาณชั้นต่ำทำร้ายผู้ที่มีจิตวิญญาณชั้นสูงไม่ได้
อยากอยู่เหนือคุณไสย ต้องทำใจให้สูงส่ง
อยากหลุดพ้นจากการเป็นเปรต
ต้องไม่ทำในสิ่งที่เปรตเคยกระทำนั้นทั้งหลาย
กรรมคือการกระทำในภพชาติปัจจุบันที่ส่งผล
ถึงการเกิดในภพชาติต่อๆไป
โกรธแค้นใคร ให้ถามใจตนเอง
ว่า "มีใจเป็นเปรตหรือเทวดา"
วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2563
คนดวงตกและวิธีแก้
ร่างทรงกับผู้บวชในศาสนา
วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2563
กฏของเวรกรรม
ผูกมัดรัดกรึงถึงจิตวิญญาณ
บ่มเพาะสันดานทั้งดีและร้าย
เวรกรรมตราตรึง
อดีต ปัจจุบัน และภพชาติต่อไป
หากอยากหลุดพ้น ต้องเร่งบำเพ็ญเพียร
จากเวรกรรมทั้งหลายหนา
จะได้เหลือไว้แต่บุญกุศล
ไปที่ใดก็จะมีแต่ผู้คนเขาเมตตา
ทำแต่สิ่งที่ดีตรึงไว้ในวิญญา
ถึงเวลาผลบุญจะเกื้อหนุน
ให้ได้พบสิ่งดี ในภพชาติปัจจุบัน
วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2563
มนุสสเปโต
วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2563
อุปาทานกับไสยศาสตร์
วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2563
หยั่งรากลึกในใจคน
ร่ำรวยทรัพย์สินเงินทอง ไม่อิจฉาผู้ที่ยากจนกว่า
ผู้มีบุญวาสนา ไม่เบียดเบียนคิดร้ายใคร
ผู้มีความสุข ไม่ข้องเกี่ยวความทุกข์ใดๆ
ผู้ที่ยากจนเข็ญใจ มักอิจฉา หาเหตุแห่งทุกข์ทั้งปวง
รากลึกในใจมนุษย์ มักมีความไม่รู้อยู่เป็นอันมาก
ไม่รู้ในสิ่งที่ตนทำ ไม่รู้ว่าชีวิต เกิดมา เพื่อสิ่งใด
สาเหตุเพราะมนุษย์ส่วนใหญ่ มักสนใจแต่ผู้อื่น
ไม่สนใจชีวิตความเป็นอยู่ของตนเอง
เอาจิตวิญญาณของตนเองไปใส่ไว้ที่ผู้อื่น
รู้ใจผู้อื่น แต่ไม่รู้ใจตนเอง
เกิดมาเพื่อผู้อื่น จึงไม่มีสิ่งใดเป็นของตนเอง
วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2563
อัตวินิบาตกรรม
วิธีแก้ หากเป็นเรื่องหนี้สิน ติดหนี้เขาก็ต้องหามาใช้คืน หากเป็นเรื่องผิดหวังในความรัก รักเขาแต่เขาไม่รัก แล้วจะรักไปทำไมหนา ไม่รักตัวเอง แล้วใครเขาจะมารัก จะไปเรียกร้องความรักจากผู้ใด ตัวของตนยังคิดจะทำลาย พลังแห่งความผิดหวัง จึงเข้าไปทำลาย ผู้ที่ไม่รักตนเอง หากเป็นเรื่องการถูกนินทาว่าร้าย ทำให้เสื่อมเสียและอับอายทั้งหลายหนา ต้องรู้ว่า ตนเองนั้น มีดีกว่า ผู้นินทา แค่วาจา ทำร้ายผู้ดีกว่า ไม่ได้เอย ติฉินนินทา มีแต่ไพร่ สถุล สกุลต่ำ ผู้ดี เขาไม่ว่าใครหรอกหนา คนมีการอบรมสั่งสอนที่ดีในวิญญา ถูกสอนมา ไม่ก้าวก่าย เรื่องของใคร ให้มองผู้นินทาทั้งหลายว่า ต่ำกว่าตน จิตของตนต้องเข้มแข็งกว่า พวกจัณฑาล อย่าอ่อนไหว ฝึกสันดานให้ดีๆ เรื่องแค่นี้ไม่ได้ทำให้ใครตาย ไม่สนใจคำพูดของใคร ที่นินทาจะดีไหม สนใจแล้ว ก่อเกิดทุกข์ แล้วจะสนไปทำไม ทำตนเองให้สูงกว่า อย่าเป็นเช่น จัณฑาล หากเป็นเรื่องธุรกิจที่ล้มเหลว ล้มแล้วลุกขึ้นมาเร่งสร้างใหม่ ตอนเกิดมา ก็ไม่ได้มีอะไร หากต้องเริ่มต้นใหม่ คงไม่ยาก ถ้าพยายาม ถึงแม้ไม่เหมือนเดิม ยังดีกว่า ท้อแท้ และสิ้นหวัง ฝึกจิตของตนให้เป็นผู้กล้า ทำตนให้มีพลัง ไม่ยอมพ่ายแพ้ ต่อโชคชะตา มีความมุ่งมั่น ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคทั้งหลาย เอาชนะความล้มเหลวในชีวิต หากทำได้ คือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ ชนะใคร ก็ไม่เท่ากับ ชนะใจของตนเอง
วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2563
อัตตา และ อนัตตา
ผู้ที่ไม่ต้องดูแลสิ่งมีชีวิตใดๆแม้กระทั่งชีวิตของตนเองก็ไม่มีให้ดูแลคือ ผู้ที่ตายไปแล้วทั้งหลายเหล่านั้น ผู้ที่ยึดติดอยู่กับชีวิตของผู้อื่น คือ ผู้ที่ไม่มีชีวิตเป็นของตนเอง เปรียบประดุจดัง ภูติผีและวิญญาณที่มักจะยึดติดอยู่กับชีวิตของผู้อื่น เพราะไม่มีรูปกายสังขารเป็นของตนเอง ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตน จึงต้องอาศัยอยู่กับผู้อื่น จนกว่าจะถึงเวลาไปสู่ยมโลก ไปอยู่ยังสถานที่ๆจัดไว้ให้กับผู้ที่ไร้ซึ่งชีวิต ได้เดินทางต่อไป อีกภพภูมินึงตามกรรมที่ได้สร้างมา
สิ่งที่ผู้มีชีวิตพึงกระทำคือ เมื่อได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นมา ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด จะรวยหรือว่าจน ไม่ใช่สิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิต ความสำคัญในการดำเนินชีวิตคือ ความเป็นอยู่ที่สงบ ไม่วุ่นวาย พอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ ใช้เวลาในแต่ละวันให้คุ้มกับที่ได้เกิดมา เพราะเวลาชีวิตของมนุษย์ไม่แน่นอน
ไม่มีสิ่งใดจะผูกมัดจิตวิญญาณ นอกจากบาปอกุศลที่ทำ ไม่มีสิ่งใดจะแก้ในเหตุแห่งบาปอกุศล นอกจากจิตวิญญาณของผู้ที่หลุดพ้น นึกถึงปัจจุบัน และอนาคต นั่นคือสิ่งที่จะทำให้มนุษย์ดำรงคงอยู่นึกถึงอดีต นึกถึงสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ นั่นทำให้จิตวิญญาณของมนุษย์ถดถอย ไร้ซึ่งพลัง และไม่คิดถึงอนาคตของวันต่อไป ว่าตนเองจะต้องทำสิ่งใดเพื่อให้ได้ และมี ในวันพรุ่งนี้