ความเชื่อ just believe

วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2563

อัตตา และ อนัตตา

ผู้ที่ไม่มีอนาคต คือผู้ที่ได้ชื่อว่า "ตายไปแล้ว" ไม่มีคำว่า"วันพรุ่งนี้"สำหรับผู้ที่ตายไปแล้ว ผู้ที่ยึดติดอยู่กับความตาย ไม่ต่างอะไร กับผู้ที่ไร้ซึ่งชีวิต ว่างเปล่า ไร้ตัวตน ระลึกนึกถึงอยู่กับเหตุแห่งความตาย จนลืมที่จะระลึกนึกถึง ความเป็นจริง ของการมีชีวิตอยู่ พยายามดึงเอาเหตุแห่งความตายไปใส่ตัวของตนอยู่เป็นอันมาก เหตุเพราะไม่ปรารถนา จะดำรงไว้ซึ่งชืวิตของตน ไม่ดำเนินชีวิตในแบบที่มนุษย์เขาเป็นอยู่กัน ผู้ที่ไร้ซึ่งอนาคตทั้งหลาย จึงมักจะกระทำตน ให้เหมือนผู้ที่อยู่ในโลกของความตาย ไม่กิน ไม่หลับ ไม่นอน ไม่ทำงาน ไม่นึกถึงอนาคต ไม่ดูแลแม้กระทั่งสังขารของตน พร่ำท่องบ่นปลุกวิญญาณเรียกความตาย เลี้ยงผี เลี้ยงความตาย เลี้ยงอสูรกายไว้ในใจตน
ผู้ที่ไม่ต้องดูแลสิ่งมีชีวิตใดๆแม้กระทั่งชีวิตของตนเองก็ไม่มีให้ดูแลคือ ผู้ที่ตายไปแล้วทั้งหลายเหล่านั้น ผู้ที่ยึดติดอยู่กับชีวิตของผู้อื่น คือ ผู้ที่ไม่มีชีวิตเป็นของตนเอง เปรียบประดุจดัง ภูติผีและวิญญาณที่มักจะยึดติดอยู่กับชีวิตของผู้อื่น เพราะไม่มีรูปกายสังขารเป็นของตนเอง ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตน จึงต้องอาศัยอยู่กับผู้อื่น จนกว่าจะถึงเวลาไปสู่ยมโลก ไปอยู่ยังสถานที่ๆจัดไว้ให้กับผู้ที่ไร้ซึ่งชีวิต ได้เดินทางต่อไป อีกภพภูมินึงตามกรรมที่ได้สร้างมา
สิ่งที่ผู้มีชีวิตพึงกระทำคือ เมื่อได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นมา ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด จะรวยหรือว่าจน ไม่ใช่สิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิต ความสำคัญในการดำเนินชีวิตคือ ความเป็นอยู่ที่สงบ ไม่วุ่นวาย พอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ ใช้เวลาในแต่ละวันให้คุ้มกับที่ได้เกิดมา เพราะเวลาชีวิตของมนุษย์ไม่แน่นอน
ไม่มีสิ่งใดจะผูกมัดจิตวิญญาณ นอกจากบาปอกุศลที่ทำ ไม่มีสิ่งใดจะแก้ในเหตุแห่งบาปอกุศล นอกจากจิตวิญญาณของผู้ที่หลุดพ้น นึกถึงปัจจุบัน และอนาคต นั่นคือสิ่งที่จะทำให้มนุษย์ดำรงคงอยู่นึกถึงอดีต นึกถึงสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ นั่นทำให้จิตวิญญาณของมนุษย์ถดถอย ไร้ซึ่งพลัง และไม่คิดถึงอนาคตของวันต่อไป ว่าตนเองจะต้องทำสิ่งใดเพื่อให้ได้ และมี ในวันพรุ่งนี้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Translate