ความเชื่อ just believe

วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2562

จิตภูติ

จิตภูติ ที่เข้าใจกันอยู่ในทุกวันนี้คือ ธาตุทั้งสี่ ดิน ไฟ ลม น้ำ แต่จริงๆแล้ว จิตภูตคือ อากาศธาตุ คือพลังงานของจิตวิญญาณ ของผู้เป็นเจ้าของสังขารนั้นๆ หากจิตภูติออกจากกายสังขาร นั่นหมายถึงพลังงานชีวิตของคนๆนั้นจะลดลง วิชาสมาธิบางตำรา จะสอนให้ดึงพลังงานของชีวิตออกมาใช้ โดยเข้าใจผิดคิดว่าเป็นพลังจิต ที่แท้จริงแล้วคือพลังงานชีวิตของจิตภูติ เป็นพลังงานของบุญกุศลที่ทำให้ได้เกิดเป็นคน บางคนคิดว่า เป็นพลังจิตควบคุมภูติผีปีศาจได้ แท้ที่จริงแล้วคือจิตภูติของคนๆนั้น หากใช้จิตภูติไปเบียดเบียนคิดร้ายใคร เท่ากับเอาบุญกุศลและพลังงานชีวิตไปให้ผู้ที่ตนพยายามจะคิดร้ายและเบียดเบียน รวมทั้งวิชาความรู้ทั้งหลายจะถ่ายทอดไปสู่ผู้ที่ตนคิดร้ายและเบียดเบียน เรียกว่าเป็นการถ่ายเทพลังงานอย่างหนึ่ง ผู้ที่เรียนวิชาสมาธิตำรานี้ หากฝึกเช่นนี้และทำแบบนี้บ่อยๆจะทำให้พลังชีวิตอ่อนแอ เจ็บป่วยได้ง่าย  ต่อไปจะไม่เหลือพลังบุญกุศลที่ทำให้เกิดเป็นคน บางคนเรียนเวทย์มนต์คาถาแล้วทำร้ายผู้อื่นไม่ได้ จึงคิดว่า คาถาอาคมของตนเสื่อม แต่จริงๆแล้วคือพลังงานของชีวิตที่เสื่อม เปรียบเหมือนแบตเตอรี่ที่ใช้บ่อยๆย่อมมีวันหมด...ผู้ที่เลี้ยงผีจะถ่ายเทพลังชีวิตและบุญกุศลของตนให้กับผีที่ตนเลี้ยงไว้ ทำให้ผีแสดงตัวตนให้คนเห็นได้ แต่พลังชีวิตของคนเลี้ยงผีจะลดลง เพราะปรารถนาให้ผีมีฤทธิ์เดชทำในสิ่งที่ตนต้องการ คาถาปลุกผีทุกบทต้องใช้พลังของจิตภูติถ่ายเทพลังชีวิตของคนเรียกผี จึงจะเรียกผีเรียกวิญญาณได้  เมื่อคนเลี้ยงผีตาย ผีก็จะไปใช้กรรมตามวาระของตน ส่วนที่ยังไม่ไปใช้กรรม เพราะมีผู้สืบทอดเลี้ยงต่อนั่นเอง อาศัยพลังชีวิตของคนเลี้ยง จึงยังไม่ได้ไปเกิดตามวาระ จึงยังวนเวียนอยู่กับมนุษย์ ส่วนผีที่ไม่มีคนเลี้ยง แต่แสดงตัวตนให้คนเห็นได้เพราะยังมีบุญกุศลหลงเหลืออยู่ในจิตวิญญาณ บุญกุศลที่สะสมไว้ในจิตภูติเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ ดังคำกล่าวที่ว่า บุญกุศลสะสมไว้ที่จิตวิญญาณ ไม่ใช่ที่สังขารร่างกาย หากไม่ดึงพลังของจิตภูติออกมาใช้ ก็จะสะสมไปเรื่อยๆข้ามภพชาติ เมื่อละจากกายสังขาร ก็จะเป็นวิญญาณที่มีบุญกุศล ไปสู่ภพภูมิที่ดี...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Translate