ความเชื่อ just believe

วันเสาร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2562

ไสยศาสตร์กับความสกปรกในใจมนุษย์

สมาธิแห่งบาปที่หลอกลวงผู้คนว่าสอนวิชาพลังจิต แท้ที่จริงคือการสอนให้ดึงพลังงานของชีวิตออกมาใช้ และที่บอกว่าจะใช้สมาธิที่เรียนควบคุมดวงวิญญาณทั้งหลายนั้น แท้ที่จริงคือ คุมไม่ได้แม้แต่วิญญาณของตนเอง ไม่เช่นนั้น คงไม่มีใครที่เรียนสมาธิแห่งบาปแล้วตาย ในเมื่อคุมความตายที่จะเกิดขึ้นกับตนเองไม่ได้ แล้วจะไปคุมดวงวิญญาณอื่นได้อย่างไร ดวงวิญญาณที่ใช้ให้ไปเบียดเบียนคิดร้ายผู้อื่นนั้น แท้ที่จริงแล้วคือญาติของผู้ที่เรียนสมาธิแห่งบาปทั้งหลาย อาจจะเป็นพ่อแม่ ญาติพี่น้องปู่ย่า ตายาย ลุงป้าน้าอา ลูกพี่ลูกน้องของผู้ที่เรียนไสยศาสตร์คุณไสย เป็นญาติของผู้ที่เรียนสมาธิแห่งบาปที่ตายไปแล้ว ที่รอรับส่วนบุญส่วนกุศลแต่ได้บาปอกุศลไปแทน ทำให้วิชาสมาธิแห่งบาปเสื่อมถอย พลังชีวิตเสื่อมและจะสูญสลาย ยากแก่การอาศัยอยู่ในกายสังขารของมนุษย์ และจะเจ็บป่วยโดยไม่มีสาเหตุ เนื่องด้วยพลังชีวิตที่ลดลง จนกลายเป็นผู้ที่จิตบกพร่องไปโดยปริยาย บกพร่องทั้งบุญกุศล บกพร่องทั้งความดี บกพร่องทั้งศีลธรรม กลายเป็นผู้ที่มีใจสกปรก เพราะไม่รู้ว่า กรรมของการเบียดเบียนมันหนักหนา เกินกว่าที่จะลบล้างด้วยบุญกุศลใดๆ และไม่มีบุญกุศลใดๆจะสนับสนุนให้เดินไปสู่เส้นทางที่ดี มนุษย์จะรู้สึกตัวก็ต่อเมื่อสาย เมื่อถึงวาระสุดท้ายของชีวิต แม้ปัจจุบันผู้ที่เรียนสมาธิแห่งบาปจะไร้ที่อยู่อาศัย ก็ไม่ได้ทำให้ได้รู้สึกตัว ยังพยายามก่อบาปทำเวรกับผู้คน จึงมีผู้ที่ต้องตายอย่างศพไม่สวยเท่าไหร่ ล้วนเกี่ยวข้องกับผู้ที่เรียนรู้สมาธิแห่งบาปทั้งสิ้น บางคนก็ถูกเผาทั้งเป็น บางคนก็ตายเป็นหมู่คณะ บางคนก็สิ้นเนื้อประดาตัวถูกฟ้องล้มละลาย จากเศรษฐีกลายเป็นยาจก เพราะฤทธิ์แห่งแรงกรรมที่คิดร้ายผู้อื่น ความสกปรกในใจของมนุษย์ จะทำลายมนุษย์ด้วยความสกปรกในใจ ซึ่งล้างออกได้ยาก กลายเป็นจิตวิญญาณที่ไม่บริสุทธิ์ เลอะเปรอะเปื้อนไปด้วยกิเลสและตัณหา เลอะไปด้วยความอิจฉาริษยา เลอะไปด้วยความปรารถนาอยากเบียดเบียนผู้อื่น เลอะไปด้วยความทุกข์ในใจที่ทำร้ายผู้อื่นไม่ได้ หม่นหมองเพราะคิดร้ายผู้อื่นไม่ได้ นี่คือตัวอย่างที่เกิดขึ้นกับผู้ที่เรียนสมาธิแห่งบาป เป็นการบังคับให้มนุษย์มีจิตใจที่สกปรก (เขียนจากประสบการณ์ที่ได้พบเจอผู้คนและดวงวิญญาณที่หลากหลาย)ทำให้แยกได้ถึงสาเหตุของความสกปรกในใจมนุษย์ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Translate