ความเชื่อ just believe

วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2562

ไสยศาสตร์

จุดเริ่มต้นของไสยศาสตร์ส่วนใหญ่ มาจากความเชื่อ โดยถูกสอนตามๆกันมา เริ่มจากอักขระเลขยันต์ ที่มีหลายภาษา ขึ้นอยู่กับพื้นที่นั้นว่านับถือสิ่งใด ในแต่ละภาคของประเทศก็ไม่เหมือนกัน ทางเหนือจะเป็นภาษาล้านนาเรียกว่า "ไสยศาสตร์ล้านนา"
ภาคอีสาน ส่วนใหญ่จะบูชาผี จะใช้ภาษาลาวซะส่วนใหญ่ ส่วนเขตชายแดนที่ใกล้กับเขมร ก็จะใช้ภาษาขอมในการทำพิธีทางไสยศาสตร์ ภาคใต้จะใช้ภาษายาวี คนส่วนใหญ่จะเรียกไสยศาสตร์ทางใต้ว่าไสยศาสตร์อิสลาม ภาคกลาง เปรียบเหมือนเซ็นเตอร์ ที่มีไสยศาสตร์หลายๆแบบอยู่ในที่เดียวกัน วิธีทำลายไสยศาสตร์ไม่ยาก ให้ทำลายที่จุดเริ่มต้นของไสยศาสตร์ ผู้เผยแพร่ไสยศาสตร์ ผู้ที่เลี้ยงผีร้ายทั้งหลาย จะรู้ได้ยังไงว่าที่ไหนไม่ยาก ผู้ที่อยู่วงการไสยศาสตร์จะรู้ดี ที่ไหนรับทำเสน่ห์ยาแฝด ที่ไหนขายของอาถรรพ์ ที่ไหนเปิดสอนสมาธิแห่งบาปวิชาของโจรผู้ร้าย สถานที่ทั้งหลายเหล่านั้นมีส่วนเป็นจุดเริ่มต้นของไสยศาสตร์ ของอาถรรพ์ทั้งหลายที่ขายอยู่ในวัด ก็ให้อยู่ในวัดไป ไม่ควรไปเอาออกมา เพราะวัดเป็นแหล่งรวมของสิ่งที่ไม่มีใครต้องการ สัตว์ที่มีลักษณะไม่ดี  คนส่วนใหญ่ก็จะเอาไปทิ้งวัด ข้อนี้คงปฏิเสธกันได้ยาก เพราะมันคือความจริง ที่ไม่มีใครแก้ไข วิชาไสยศาสตร์ บางอย่างก็ยังต้องใช้สิ่งของที่มีอยู่ในวัดมาเป็นส่วนประกอบในการทำพิธี เช่น เถ้ากระดูกคนตาย บาตรแตก ดินในป่าช้า ตะแกรงเผาผีที่มีอยู่ในวัด ตะปูตอกโลงศพ หากอยากเห็นผี ยังต้องไปที่วัด เพื่อไปทำพิธีกรรมเห็นผี มีหลายวิธี ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงขั้นยาก ง่ายที่สุดคือเดินวนรอบเมรุเผาผีสามรอบ ช่วงที่เดินจะมีความรู้สึกเหมือนใครเดินตาม เมื่อเดินครบสามรอบ ให้หยิบขี้เถ้าในเมรุมาทาที่ตา หรือถ้าใครกล้าจะผสมน้ำดื่มเลยก็ได้ แต่ผีจะติดตามคนๆนั้นไป แล้วก้มมองลอดหว่างขาของตนเองก็จะเห็น แต่ห้ามกลัว เพราะผีมันจะแกล้งคนที่กลัวมัน อีกวิธี นอนในโลงที่มีศพคนตาย แล้วท่องคาถาเรียกวิญญาณ สะอะนิโสฯ  วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่เรียนวิชาอาคม ไม่เช่นนั้นอาจจะไม่ได้ออกจากโลง คาถาที่ผีกลัวคือ คาถาสาปแช่ง ใช้ได้กับผีทุกประเภท ไสยศาสตร์อิสลามจะแพ้น้ำมันหมู กับยาเส้น และเครื่องเทศต่างๆ ไสยศาสตร์ล้านนา ผีกระเหรี่ยงทั้งหลาย จะแพ้พริกหรือของที่มีรสเผ็ดร้อน ไสยศาสตร์เขมรจะแพ้ขมิ้นและไพล และแพ้คาถาถอนโบสถ์ถอนเสมา ยาสั่งทั้งหลายจะแพ้มะนาว  แพ้ยี่หร่า ใบยี่หร่าลงอักขระตากให้แห้งบดเป็นผงใช้โรยในอาหารแก้ยาสั่ง หรือใช้เข็มเงินเช็คดูหากอาหารมียาสั่งเข็มจะมีสีคล้ำ ผีทางภาคอีสาน จะแพ้คนที่รู้ทันมัน และกลัวคนจะรู้ว่ามันเป็นใคร เมื่อมีคนรู้มันจะรีบย้ายถิ่นฐานทันที เพราะสมัยก่อนหากใครเป็นปอบจะถูกจับเผาทั้งเป็น คล้ายๆกับทางยุโรปในสมัยก่อน หากใครเป็นพ่อมดแม่มดจะถูกจับเผาทั้งเป็น ผีทางภาคอีสานจึงเป็นผีที่ค่อนข้างจะกลัวคน เวลาที่คิดร้ายใครจะไม่อยากให้ใครรู้ สังเกตได้ง่ายๆ คนที่เป็นปอบกระสือกระหังทั้งหลาย มักจะไม่กล้าสบตาผู้คน มักเก็บตัวและไม่สุงสิงกับใคร โกรธเกลียดใครจะไม่กล้าแสดงออก แต่จะแอบทำพิธีกรรมลับๆ นี่คือสาเหตุนึงที่ทำให้เป็นปอบ มักคิดร้ายผู้อื่นลับหลัง ผู้เรียนไสยศาสตร์ส่วนใหญ่จะไม่สนใจในเรื่องทำมาหากิน ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่ว่างงาน อาศัยอยู่กับผู้อื่น หรืออาศัยอยู่ตามวัดต่างๆ เพราะอยู่ฟรี กินฟรี ไม่ต้องห่วงเรื่องอนาคต ส่วนใหญ่จะไม่มีครอบครัว ไม่มีภาระหรือใครให้ต้องดูแล ไม่ต้องกังวลว่ากรรมจะถึงคนในครอบครัว เพราะส่วนใหญ่จะโดดเดี่ยว หรือคนในครอบครัวของผู้เรียนไสยศาสตร์ล้วนตายไปหมดแล้ว ส่วนใหญ่ไร้ญาติพี่น้อง ไร้ผัวไร้เมีย เพราะไม่มีอาชีพอะไร อนาคตอะไรก็ไม่มี วุ่นอยู่กับไสยศาสตร์ จนไม่มีเวลาหาสิ่งดีให้กับตนเอง คงเพราะคิดว่าเมื่อตายก็เผา จึงไม่คิดหาทรัพย์สมบัติให้กับตนเอง นี่คือเหตุผลคร่าวๆ เพราะตามหลักความเป็นจริงแล้ว มนุษย์เป็นสัตว์สังคม มักสร้างทรัพย์สินสิ่งของสร้างฐานะให้กับตนเอง เพราะคนสมัยนี้จะมองกันที่ฐานะ และมักแข่งขันกันในด้านทรัพย์สินเงินทอง หากใครร่ำรวยจะถูกมองว่าเป็นคนขยัน หากใครยากจนจะถูกมองว่าเป็นคนเกียจคร้าน ซึ่งไม่เป็นที่ปรารถนาของใครๆ ผู้ที่เรียนไสยศาสตร์เพื่อเบียดเบียนคิดร้ายผู้อื่นจึงเป็นผู้ที่ยากจนเข็ญใจ เพราะไม่มีคำว่า งานใดๆในผู้ที่เบียดเบียนคิดร้ายผู้อื่นด้วยวิธีของไสยศาสตร์ อาศัยอาหารของผู้อื่นเพื่อประทังชีวิต เรียกว่า เกิดเพื่อรอวันตาย ไม่เหลือสิ่งดีใดๆไว้ให้ใคร ผู้ที่เรียนไสยศาสตร์เพื่อเบียดเบียนคิดร้ายผู้อื่น เป็นเหยื่อของกรรมชั่วโดยไม่รู้ตัว เริ่มตั้งแต่อาถรรพ์ของวิชาไสยศาสตร์ ทำให้หมกมุ่นและพยายามหาเหยื่อเพื่อที่จะคิดร้าย เพราะวิชาไสยศาสตร์ว่าด้วยเรื่องของการเบียดเบียน หากไม่คิดร้ายใครจะทุกข์ทรมานมาก จึงต้องคิดร้ายผู้อื่นไปเรื่อยๆจนกว่าจะตาย ไม่ตายไม่เลิก เพราะอาถรรพ์ในวิชา จึงไม่มีความดีใดๆในผู้ที่เรียนไสยศาสตร์ บางคนทนไม่ได้ถึงกับฆ่าตัวตายไปก็มี วิชาไสยศาสตร์ที่ใช้เบียดเบียนจึงเป็นวิชาที่ทำลายชีวิตของผู้ที่เรียนอย่างแท้จริง เสียดายที่อุตส่าห์ได้เกิดมา กับใช้ชีวิตอย่างไม่รู้คุณค่า คงเพราะมีกรรมกันมาตั้งแต่เกิด จึงเข้าไปอยู่ในวังวนของไสยศาสตร์ จะเป็นชนชาติใด ลัทธิใด ศาสนาไหน ล้วนอยู่ภายใต้กฏของเวรกรรม มีกรรมเป็นตัวกำหนด แก้ไขได้ยาก ต้องชดใช้กรรมกันไป จนกว่าจะหมดสิ้นเวรกรรม...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Translate