ความเชื่อ just believe

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

รู้..เมื่อถึงเวลา

การรู้และเห็นในอีกมิตินึง ไม่จำเป็นต้องนั่งสมาธิ ไม่ต้องสวดคาถาบทใดๆก็เห็นได้ หากอีกมิตินึงอยากให้เราได้เห็น ต้องการจะสื่ออะไรบางอย่างกับเรา มีอยู่วันนึงเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ผู้เขียนกำลังจะกินข้าวและนั่งดูโทรทัศน์ อยู่ดีๆก็เห็นตนเองไปเดินอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ เป็นพื้นดินมีทางแยกเยอะแยะมากมาย ก็ได้แต่คิดว่าจะออกไปทางไหนดี เดินหาทางออกสักพักก็เหลือบไปเห็นใครก็ไม่รู้ยืนเบียดเสียดกันอยู่ในช่องที่ต่ำกว่าทางเดินลงไป ยืนกันเยอะแยะมากมายหากวัดระยะความยาวคงยาวเป็นกิโล พวกเขามีสีเทาทั้งตัว ด้วยความไม่รู้จักเลยรีบเดินผ่านไป แล้วก็นึกขึ้นได้ว่า แผ่เมตตาให้พวกเขาสักหน่อยคงไม่เป็นไร เลยเดินย้อนกลับมา แล้วผู้ที่ตัวสีเทาก็พูดขึ้นว่า "ช่วยไปบอกญาติพี่น้องของพวกเรา ให้ทำบุญให้พวกเราบ้าง บุญกุศลของพวกเราไม่พอที่จะไปเกิด หากบุญกุศลของพวกเรามีมากพอ พวกเราจะได้หลุดพ้นจากนรกขุมนี้ซะที" ผู้เขียนจึงบอกพวกเขาไปว่า " เราไม่รู้จักญาติพี่น้องของพวกเจ้า เราจะไปบอกญาติพี่น้องของพวกเจ้าได้อย่างไร เราแผ่เมตตาให้พวกเจ้าก็แล้วกัน เผื่อจะช่วยบรรเทาความทุกข์ของพวกเจ้าได้บ้าง" อิทัง สัพพะสัตตานังโหนตุ สุขิตาโหนตุ สัพเพสัตตาฯ
"ความทุกข์ของพวกเจ้าทั้งหลาย จงทุเลาเบาบางลงไปเถิด" แล้วผู้เขียนก็เดินหาทางออก ใจก็คิดว่า จะกลับยังไงดี ทางออกอยู่ที่ไหน เดินตรงไปตามทางเรื่อยๆ มองไปทางขวา เห็นผู้ชายรูปร่างท้วม แต่งตัวคล้ายๆท่านยมบาล เหมือนในละครที่เขาเอามาสร้างกัน  กำลังนั่งอ่านตำราอะไรบางอย่างอยู่ ผู้เขียนเลยคิดว่า อย่าไปรบกวนท่านดีกว่า หาทางออกเองแล้วกัน กำลังเดินหาทางออกอยู่ดีๆก็เห็นตนเองกำลังนั่งกินข้าว ดูโทรทัศน์ ก็เลยงงว่า ที่เห็นเมื่อกี้นี้คืออะไร เรานั่งกินข้าวดูโทรทัศน์อยู่ไม่ใช่เหรอ แล้วไปเดินที่นั่นได้ยังไง
หลังจากนั้นบางครั้งก็จะเห็นเหมือนการตัดสินของท่านยมบาลหรืออาจจะเป็นพญามัจจุราชก็ได้ เพราะท่านไม่ได้บอกว่าท่านเป็นใคร แต่คนทั่วไปที่เห็นแบบนี้ ก็มักจะเรียกท่านว่า ท่านยมบาล เห็นว่ากำลังคุยกับวิญญาณที่ไปฟ้องท่านว่า "ที่ต้องทำบาป ไร้บุญกุศล ไปผุดไปเกิดไม่ได้เพราะ ถูกพวกเดรัจฉานวิชาคุณไสยใช้ให้ไปเบียดเบียนคิดร้ายผู้คน"ท่านจึงกล่าวออกมาว่า "เห็นไหม เจ้าเห็นแล้วใช่ไหม ไปจัดการซะ หากเจ้าทำไม่ได้ เราจะไปจัดการเอง" แล้วท่านก็พูดประโยคนี้ขึ้นมา "เบียดเบียนดวงจิตของผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ เบียดเบียนดวงจิตของผู้ที่ตายไปแล้ว เป็นบาปมหันต์ บุญกุศลใดๆก็ลบล้างบาปกรรมที่ทำไว้ไม่ได้"

1 ความคิดเห็น:

Translate