ความเชื่อ just believe

วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ประสบการณ์เห็นผี

เรื่องผีกินเครื่องเซ่น
ปกติแล้วผู้เขียนเป็นคนไม่เชื่อเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ ไม่เชื่อว่าผีจะกินอาหารได้ เพราะไม่มีรูปกายสังขาร แต่สิ่งที่เห็นมันทำให้ผู้เขียนเปลี่ยนความคิดว่า ผู้ที่ตายไปแล้วก็ยังมีความต้องการที่จะกินอาหารอยู่ ยังมีความหิวเหมือนเมื่อครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ ช่วงเทศกาลตรุษจีน ก็จัดเครื่องเซ่นไหว้แบบทั่วๆไป ใช้ผลไม้ไหว้ที่ศาลพระภูมิและศาลเจ้าที่ ช่วงที่นั่งรอให้ธูปหมดดอก ผู้เขียนก็ไปนั่งเล่นอยู่ที่ข้างบ้าน แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็น ผู้หญิงแก่ผมขาว ใส่เสื้อสีม่วงลายดอกแขนยาวผ้าถุงลายดอกเหมือนทั่วๆไป กำลังนั่งยองๆกินผลไม้ เห็นแต่ด้านหลัง ไม่เห็นหน้าว่าเป็นใคร ผู้เขียนนั่งมองอยู่พักนึง ก็เดินเข้าบ้าน เพราะผู้เขียนไม่อยากให้รู้ว่า เห็นนะว่าทำอะไรอยู่...
เรื่อง..ผีมานอนด้วย
ผู้เขียนไปเที่ยวที่ชะอำเมื่อหลายปีก่อน นั่งรถไฟไปลงที่ชะอำ ไปถึงที่นั่นก็มืดพอดี ผู้เขียนจึงรีบหาที่พัก โดยสอบถามจากมอเตอร์ไซค์รับจ้างให้หาที่พักที่ราคาไม่แพง อยู่ไม่ไกลจากทะเล เมื่อไปถึงที่พัก ผู้เขียนก็นั่งเล่นโทรศัพท์ สักพักได้ยินเสียงร้องไห้ของผู้หญิง ก็คิดว่าคงเป็นเสียงของห้องข้างๆ จึงไม่สนใจ แต่เสียงร้องไห้กลับดังขึ้นเรื่อยๆ เหมือนเสียงร้องไห้ดังอยู่ในห้องที่ผู้เขียนพักอยู่ จึงพยายามเพ่งมองหาที่มาของเสียงว่า ดังมาจากทางไหน ก็เห็นเงาดำๆอยู่ที่ข้างผนังห้อง นั่งคุดคู้อยู่ แต่ไม่เห็นหน้า เห็นแค่เป็นรูปร่างเท่านั้น นึกในใจอีกแล้วเหรอ แกล้งทำเป็นไม่เห็นดีกว่า ยิ่งทำเป็นไม่เห็น เหมือนผีอยากให้เห็น อยากให้รู้ว่าเธอมีตัวตน เพราะเธอเดินมายืนที่ปลายเตียง แล้วนั่งลงที่เตียง ผู้เขียนเลยแกล้งทำเป็นนอน กะว่าเดี๋ยวเธอคงจะไปเอง หากผู้เขียนไม่สนใจ แต่ที่ไหนได้ เธอก็เอนตัวลงนอนข้างๆกับผู้เขียนแล้วเอื้อมมือมาโอบกอดผู้เขียนไว้ ด้วยความง่วงนอน และเหนื่อยจากการเดินทาง ผู้เขียนจึงแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ คิดในใจ สงสัยเธอจะเหงา เลยปล่อยให้เธอนอนกอดไปยังงั้น อยากบอกคนอื่นๆที่เจอแบบนี้ว่า อย่ากลัวเลย ให้มีสติ คิดว่าผีกับคนไม่ได้แตกต่างกัน ผีคือวิญญาณที่ติดอยู่ในบ่วง จึงทำให้ไปเกิดไม่ได้ ส่วนผีที่ทำร้ายคน ผู้เขียนเคยเจอมาบ้างเหมือนกัน เป็นผีที่ถูกส่งมาจากพวกเดรัจฉานวิชา
เรื่องผีจากเดรัจฉานวิชา
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่อพาร์ทเม้นต์แห่งหนึ่งในกรุงเทพ สมัยก่อนผู้เขียนชอบไหว้พระสวดมนต์ การสวดมนต์บางครั้งอาจจะไปรบกวนพวกเดรัจฉานวิชา จึงส่งผีมาทำร้ายผู้เขียนในขณะที่กำลังหลับอยู่
ผู้เขียนรู้สึกเหมือนมีอะไรมาทับที่แขน จึงลืมตาขึ้นดู ก็เห็นเป็นรูปร่างค่อนข้างชัดเจน เป็นผู้ชาย ใส่ชุดสีขาวหม่นๆเหมือนชุดถือศีลทั่วไป  กำลังรีบเดินไปที่ระเบียง แล้วเดินออกไป เห็นด้านหลังอีกแล้ว เลยไม่รู้ว่าเป็นใคร เหมือนผีไม่อยากให้เห็นหน้า ผู้เขียนเดินตามไปดู ก็ไม่เห็นมีใคร แล้วผู้เขียนก็นอนต่อ ตอนสายของอีกวัน ผู้เขียนต้องไปทำงาน เหลือบมองที่แขน ก็เห็นเป็นรอยช้ำที่แขนทั้งสองข้าง นึกในใจ แบบนี้ล่ะมั้งที่เขาเรียกว่า"พรายย่ำ"
เรื่องผีปากแดง
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่อพาร์ทเม้นต์แห่งหนึ่งในกรุงเทพ ด้วยความรำคาญที่ผีชอบมารบกวน ผู้เขียนเลยศึกษาเรื่องวิธีการจับผี ตอนที่ผู้เขียนอาบน้ำ รู้สึกเหมือนมีพลังงานบางอย่างอยู่ในห้องน้ำ เลยใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปในห้องน้ำ ก็เห็นเหมือนเงาลางๆหันมายิ้ม เห็นปากสีแดงค่อนข้างชัดเจน ผู้เขียนเลยเรียกมันว่า"ไอ้ปากแดง" มันชอบมาวนเวียนอยู่ในห้องน้ำ ผู้เขียนเลยลองใช้วิชาที่ศึกษาจากตำราที่หาซื้อมา เอามาประยุกต์เป็นวิชาของผู้เขียนเอง จะได้ไม่ผิดครู ไม่ใช้วิชาของใคร ไม่ได้ไปเรียนรู้ที่ไหน ทุกอย่าง ฝึกและเรียนรู้ด้วยตนเอง ก็ทดลองเลย เขียนยันต์ติดที่ขวดที่เตรียมไว้ เตรียมด้ายสายสิญจน์ กระดาษลงยันต์ ท่องคาถาเรียกมันให้มา มันก็มาอย่างง่ายดาย มันยอมลงไปในขวดแต่โดยดี แล้วผู้เขียนก็ปิดปากขวดไว้ สักพักมีเสียงเหมือนใครมาเคาะประตู แต่ผู้เขียนไม่สนใจ แล้วหลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงผู้หญิงส่งเสียงโวยวาย เป็นอยู่อย่างนั้นถึงสามวัน ผู้เขียนรำคาญเลยปล่อยไอ้ปากแดง พอเปิดขวดแล้วท่องคาถาปล่อย ก็เห็นเป็นกลุ่มควันสีขาวลอยออกมาจากขวด หลังจากปล่อยไอ้ปากแดง ก็ไม่มีเสียงโวยวายมารบกวนผู้เขียนอีก..

1 ความคิดเห็น:

Translate