ความเชื่อ just believe

วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

คนดวงตกและวิธีแก้

ผู้ที่มีดวงชะตาตกต่ำมีหลายสาเหตุ
1. บาปอกุศลที่เคยเบียดเบียนผู้อื่นไว้ กำลังส่งผล
2. บุญใหม่ไม่ได้สร้าง กรรมเก่าเลยตามทัน
3. เข้าไปข้องเกี่ยวกับเหตุแห่งอาถรรพ์ทั้งหลาย บูชาของอาถรรพ์ เข้าไปยังสถานที่ๆมีอาถรรพ์
4. ข้องเกี่ยวกับภูติผีปิศาจทั้งหลาย
สัมภเวสีผีเร่ร่อน บางครั้งจะฉุดรั้งดวงวิญญาณของผู้ที่เข้าไปข้องเกี่ยว ให้เป็นผู้ที่มีดวงชะตาตกต่ำ
5. ใกล้ถึงวาระ ที่จะละจากกายสังขาร (ใกล้หมดอายุขัย)
อาการของคนดวงตก
จะเจ็บป่วยไม่สบาย โดยไม่ทราบสาเหตุ เพราะมีวิญญาณแฝง
สีหน้าหม่นหมอง คล้ายคนอมทุกข์อยู่ตลอดเวลา
ดวงตาไม่สดใส มีความเศร้าอยู่ในแววตา
มีเหตุการณ์ไม่ดีเข้ามาในชีวิตอย่างมากมาย
วิธีแก้ ปรับดวงชะตาให้ดีขึ้น
หมั่นทำบุญ ระลึกนึกถึงบุญคุณ บิดา มารดา พ่อแม่เปรียบเหมือนต้นไม้ใหญ่ การอุทิศบุญกุศลให้บิดา มารดา เหมือนน้ำที่รดต้นไม้ช่วยให้รากไม้แข็งแรง พ่อแม่ก็จะมีพลัง มาช่วยลูกในยามที่ต้องการ หมั่นระลึกนึกถึงกรรมดีที่เคยสร้างไว้ดึงจิตวิญญาณให้ห่างไกล จากสิ่งไม่ดีทั้งหลายทั้งปวง บวชใจ ถือศีลในชีวิตประจำวัน วจีกรรม มโนกรรม 
และกายกรรม คิด พูด ทำ แต่สิ่งที่ดี ปล่อยวางความทุกข์ ทั้งหลายที่มีอยู่ในใจ ฝึกการเจริญสติ เพื่อแก้ปัญหาที่มีเข้ามาในชีวิตประจำวัน
วิธีแก้ทางไสยศาสตร์
สระผมด้วยมะกูด หรือน้ำส้มป่อย อาบน้ำที่ผสมสมุนไพร อย่างง่าย ผงขัดผิวที่มีส่วนผสมของเกลือ ไพล ขมิ้น ก็ใช้ได้ แก้อาการลมเพลมพัด แก้ที่ภายใน อาหารที่กินต้องมีส่วนผสมของเกลือ พริกไท ขมิ้น เครื่องแกงต่างๆก็ใช้ได้ เพราะเป็นอาหารที่ช่วยขับเหงื่อ ขับสิ่งไม่ดีออกทางผิวหนัง ขับตั้งแต่ลำไส้เล็ก ไปลำไส้ใหญ่ สิ่งไม่ดีทั้งหลายจะอยู่ไม่ได้ ถูกขับออกไปด้วยประการทั้งปวง

ร่างทรงกับผู้บวชในศาสนา

คำว่าร่างทรงตามความเข้าใจของคนทั่วไปคือ ผู้ที่มีดวงวิญญาณอื่นมาอาศัยอยู่ในร่างกายสังขารของผู้ที่ตั้งตนว่าเป็นร่างทรง กรรมของร่างทรงทั้งหลายคือ ต้องอุทิศทุกสิ่งทุกอย่างของตนให้กับผู้อื่น ไม่สามารถครอบครองสิ่งใดๆ เพราะแม้กาย
สังขารของตนยังปล่อยให้ผู้อื่นเข้ามายุ่งวุ่นวาย ผู้ที่บวชอยู่ในศาสนาก็เช่นกัน ครอบครองสิ่งใดๆไม่ได้ ต้องตัดอัตตา ตัวตนเดิมนั้นทิ้งไป ต้องละทิ้งทุกอย่าง แม้คำว่า ครอบครัว ก็ไม่มี ถึงจะเรียกว่า เป็นผู้ที่บวชอยู่ในศาสนา ร่างทรงกับผู้ที่บวชอยู่ในศาสนาจึงคล้ายคลึงกันตรงที่ ละทิ้งทุกอย่าง ไม่มีลูก ไม่มีผัว ไม่มีเมีย ไม่มีทรัพย์สินสิ่งใดเป็นของๆตน เพราะครอบครองไม่ได้ เป็นอาถรรพ์อย่างหนึ่ง

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

กฏของเวรกรรม

คนสมัยนี้มักไม่เชื่อเรื่องเวรกรรม กฏของ
เวรกรรมมีอยู่มากมาย เกิดมาก็เพื่อชดใช้
เวรกรรมเก่าที่ได้เคยสร้างไว้ในอดีตชาติ การเวียนว่ายตายเกิดมีอยู่จริง มนุษย์และสรรพสัตว์คือผู้ที่เคยเกิดแล้วตายมาหลายภพชาติ หากชาตินี้สร้างแต่บาปอกุศล ภพชาติต่อไปอาจจะไม่ได้เกิดเป็นคน ด้วยฤทธิ์ของบาปอกุศล ภพชาติต่อไปต้องเกิดในภพภูมิที่ต่ำกว่ามนุษย์ ไร้ถิ่นที่อยู่อาศัย ไร้ทรัพย์สมบัติ ไร้ทรัพย์สินเงินทอง ไม่มีสิทธิ์ที่จะครอบครองในสิ่งที่มนุษย์พึงมีพึงได้ เหตุเพราะเบียดเบียนคิดร้ายผู้อื่นทั้งที่ไม่มีสิทธิ์ด้วยประการทั้งปวง จึงเป็นเวรกรรมอย่างหนึ่งที่ต้องชดใช้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งที่มีชีวิตอยู่และทึ่ตายไปแล้ว ผีที่เบียดเบียนคนก็จะไม่ได้ผุดเกิดเป็นคน ไม่ได้ในส่วนกุศลผลบุญของผู้ใด ไม่ได้แตกต่างกับคนที่เบียดเบียนคนด้วยกันเอง คนเบียดเบียนคนเพราะไม่ปรารถนาจะสร้างบุญกุศล ไม่ปรารถนาจะผุดเกิดเป็นคน จึงเบียดเบียนคนด้วยกันเอง ไม่ปรารถนาจะมีถิ่นที่อยู่ จึงเบียดเบียนถิ่นที่อยู่ของผู้อื่น ไม่ปรารถนาจะมีทรัพย์สินเงินทอง จึงขัดขวางการทำมาหากินของผู้อื่น
 กฏของเวรกรรม บางครั้งก็แสดงผลในภพชาติปัจจุบัน ให้ได้ชดใช้
เวรกรรมกันไป  ทั้งดีและชั่ว บางคนก็
พยายามหนีจากคำว่าเวรกรรม บางคนก็บวชอยู่ในศาสนา บางคนก็ถือศีล บางคนก็บวชใจอยู่กับบ้าน ปฏิบัติดี
ปฏิบัติชอบไม่เบียดเบียน ไม่คิดร้ายใคร เพราะอยากจะหลุดพ้นจากคำว่า
"เวรกรรม" ส่วนผู้ที่ไม่อยากจะหลุดพ้นจากเวรกรรมทั้งหลาย ก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาสร้างเวรกรรมกันต่อไป เพราะจิตใต้สำนึกที่ไม่มีส่วนของกรรมดีหลงเหลืออยู่นั่นเอง

ผูกมัดรัดกรึงถึงจิตวิญญาณ
บ่มเพาะสันดานทั้งดีและร้าย
เวรกรรมตราตรึง
อดีต ปัจจุบัน และภพชาติต่อไป
หากอยากหลุดพ้น ต้องเร่งบำเพ็ญเพียร
เรียนรู้วิถีทาง
เพื่อให้ได้พบเจอกับกุศลที่ทำมา
เพื่อช่วยบรรเทา ผ่อนหนักเป็นเบา
จากเวรกรรมทั้งหลายหนา
จะได้เหลือไว้แต่บุญกุศล
ทั้งภพนี้ และภพหน้า
ไปที่ใดก็จะมีแต่ผู้คนเขาเมตตา
ทำแต่สิ่งที่ดีตรึงไว้ในวิญญา
ถึงเวลาผลบุญจะเกื้อหนุน
ให้ได้พบสิ่งดี ในภพชาติปัจจุบัน


วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

มนุสสเปโต

มนุษย์ผู้มีใจเป็นเปรต เปรตในความเชื่อของคนโบราณคือ ผู้ที่ชอบกระทำแต่เหตุแห่งกรรมชั่วทั้งปวงเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ ด้วยผลของกรรมหลังจากสิ้นอายุขัยของความเป็นมนุษย์ จึงต้องไปเกิดเป็นเปรตในภพภูมิต่อไป ลักษณะของเปรตที่มีผู้เคยพบเห็น คือ ตัวจะสูงเท่าต้นตาล มักส่งเสียงแหลมเล็กคล้ายเสียงนกหวีด ผู้ที่จะไปเกิดเป็นเปรตนั้น ต้องคิดชั่ว ทำชั่ว มีความอกตัญญู เป็นผู้ไร้ซึ่งศีลธรรม ผู้ที่เรียนไสยศาสตร์ มนต์ดำทั้งหลาย ผู้ที่ได้ชื่อว่า อลัชชี ก็มีอยู่ในกลุ่มของเปรตทั้งหลาย ใครที่อยากเกิดเป็นเปรต ก็ต้องกระทำแต่กรรมชั่ว เบียดเบียนคิดร้ายผู้อื่น ทำตนให้เป็นผู้ที่มีความต่ำในจิตวิญญาณ มีแต่กิเลส ตัณหา ราคะ มากชู้หลายผัวหลายเมีย ติฉินนินทาว่าร้ายผู้อื่น อิจฉาริษยา กลั่นแกล้ง ขัดขวางการทำมาหากินของผู้อื่น เบียดเบียนคิดร้ายถิ่นที่อยู่อาศัยของผู้อื่น มีความโลภอยากได้ของๆผู้อื่นมาเป็นของตน เรียกว่า ชั่ว ด้วยประการทั้งปวง นี่คือเหตุผลที่ใช้เรียกมนุษย์ผู้กระทำกรรมเยี่ยงผู้ที่ไปเกิดเป็นเปรตทั้งหลายว่า "มนุสสเปโต" มนุษย์ผู้ปรารถนาจะไปเกิดเป็นเปรตนั่นเอง.

วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

อุปาทานกับไสยศาสตร์

ไสยศาสตร์คือวิชาที่ว่าด้วยเรื่องของอุปทาน ทุกอย่างของไสยศาสตร์คือสิ่งสมมุติ มักมโนและคิดไปเองว่าต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ยกตัวอย่างเช่น การทำพิธีกรรมต่างๆ การสมมุติในสิ่งของ ต่างๆที่ใช้ในการทำพิธี  พิธีกรรมการสาปแช่ง พิธีกรรมฝังรูปฝังรอย พิธีกรรมฝังเสาหลักเมืองที่ต้องใช้คนและทำพิธีฝังทั้งเป็น บางพื้นที่ก็มีความเชื่อว่าจะต้องฝังคนที่มีสี่ตาคือ คนที่ท้องแก่ใกล้คลอดนั่นเอง เพราะเข้าใจว่า ดวงวิญญาณที่ถูกกระทำ จะสิงสถิตอยู่ณ.จุดนั้น จะได้ไม่ต้องไปไหน ไม่ต้องไปผุดไปเกิด นี่คือตัวอย่างของการอุปทานในไสยศาสตร์ มีความเชื่อที่เชื่อต่อๆกันมา การเป็นร่างทรงต่างๆ ก็ถือว่า เป็นอุปทานอย่างหนึ่ง เพราะเชื่อว่า ตนเองนั้นมีเทพหรือวิญญาณมาเข้าสิง มักกระทำอากัปกิริยาต่างๆ ผู้ที่สักยันต์ทั้งหลายก็เช่นกัน มักแสดงท่าทางตามยันต์ที่สักอยู่บนตัว นี่คือการอุปทานอย่างหนึ่ง ผีเข้าสิงคนไม่ได้ เพราะผีเป็นแค่อากาศธาตุ เทพเทวดาไม่สิงสถิตที่กายสังขาร ของมนุษย์ ยึดตามหลักความเป็นจริงว่า มนุษย์มีร่างกายที่ทึบแสง แม้แต่แสงยังลอดผ่านไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรกับสิ่งที่ถูกเรียกว่าผี จะมาอาศัยอยู่ในรูปกาย สังขารของมนุษย์ย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะความรู้สึกทั้งหลายคือการอุปทานในกายสังขาร ทำให้รู้สึก ทำให้คิดว่า มีบางอย่างเข้ามาวุ่นวายในกายตน หากใครมีความรู้สึกเช่นนั้น ให้ตั้งสติ และบอกกับตนเองว่า นั่นคือความรู้สึกของตัว อุปทาน วิธีแก้ กำหนดจิตไปยังส่วนที่รู้สึกว่า มีตัวอุปทานอยู่ แล้วบอกกับตนเองว่า สิ่งนั้นไม่มีตัวตน ทำเช่นนี้ซ้ำๆจนกว่าความรู้สึกในตัวอุปทานทั้งหลายจะจางหายไป
ผู้ที่ยึดหลักของความเป็นจริงในชีวิต มักไม่มีตัวอุปทานในขันธุ์ทั้งห้า ไม่เชื่อสิ่งใดอย่างงมงาย ไม่เรียนรู้วิชาที่ใช้หลอกตนเอง

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

หยั่งรากลึกในใจคน

ส่วนลึกในใจมนุษย์ทั้งหญิงชาย ส่วนใหญ่ไม่เข้าใจความต้องการที่แท้จริงของตนเอง ยกตัวอย่าง มีมนุษย์บางจำพวก ที่อยากเบียดเบียนคิดร้ายผู้อื่น โดยไม่รู้ว่าเบียดเบียนไปเพื่ออะไร? คิดร้ายผู้อื่นไปเพื่ออะไร?รู้แต่เพียงว่าอยากเบียดเบียน นี่คือส่วนลึกที่อยู่ในใจมนุษย์ที่มีแต่ความอิจฉา ริษยา มีความผิดปกติทางจิตวิญญาณที่ไม่มียาใดๆรักษา มนุษย์จำพวกนี้จะไม่สนใจในทรัพย์สินเงินทอง ไม่สนใจคำว่าครอบครัว ไม่สนใจอนาคต ไม่เชื่อเรื่องเวรกรรม มักบูชาภูติผีปิศาจ มักมีความเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ คุณไสยมนต์ดำ ก็จะมีกลุ่มที่ขายของเกี่ยวกับไสยศาสตร์โดยเฉพาะให้กับกลุ่มคนเหล่านี้ รวมทั้งเปิดสอนวิชาแห่งการเบียดเบียนคิดร้ายผู้คน เพราะรากลึกในใจมนุษย์ ที่ปรารถนาจะทำร้ายผู้อื่น ส่วนใหญ่มักไม่กล้าคิดร้ายใครซึ่งหน้า มนุษย์กลุ่มนี้ จึงได้ชื่อว่า ผู้ปรารถนาในเหตุแห่งทุกข์ทั้งปวง ผู้มีความสุข จะไม่เสาะแสวงหาในเหตุแห่งทุกข์ ไม่อิจฉา ไม่ริษยาใคร ไม่มีจิตแห่งการเบียดเบียน นึกถึงวันข้างหน้าของชีวิต ทำสิ่งใดก็จะนึกถึงความสุขของคนในครอบครัว รักตนเอง จึงไม่เบียดเบียนผู้อื่น นี่คือรากลึกของผู้ที่มีจิตวิญญาณที่ดี

ร่ำรวยทรัพย์สินเงินทอง ไม่อิจฉาผู้ที่ยากจนกว่า
ผู้มีบุญวาสนา ไม่เบียดเบียนคิดร้ายใคร
ผู้มีความสุข ไม่ข้องเกี่ยวความทุกข์ใดๆ
ผู้ที่ยากจนเข็ญใจ มักอิจฉา หาเหตุแห่งทุกข์ทั้งปวง

รากลึกในใจมนุษย์ มักมีความไม่รู้อยู่เป็นอันมาก
ไม่รู้ในสิ่งที่ตนทำ ไม่รู้ว่าชีวิต เกิดมา เพื่อสิ่งใด
สาเหตุเพราะมนุษย์ส่วนใหญ่ มักสนใจแต่ผู้อื่น
ไม่สนใจชีวิตความเป็นอยู่ของตนเอง
เอาจิตวิญญาณของตนเองไปใส่ไว้ที่ผู้อื่น
รู้ใจผู้อื่น แต่ไม่รู้ใจตนเอง
เกิดมาเพื่อผู้อื่น จึงไม่มีสิ่งใดเป็นของตนเอง



Translate