ความเชื่อ just believe

วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2563

อัตวินิบาตกรรม

การฆ่าตัวตาย เป็นบาปอย่างหนึ่ง ผู้ที่ฆ่าตัวตายคือผู้ที่ปฏิเสธการเกิดเป็นมนุษย์ ไร้ซึ่ง ขันติ ไร้ซึ่งสติปัญญา ไร้ซึ่งความเพียร ไร้ซึ่งความขวนขวาย เพื่อให้ตนเองนั้นได้ดำรงชีวิตอยู่ ไร้ซึ่งความเข้มแข็งทางจิตวิญญาณ เป็นผู้อ่อนแอ และเห็นแก่ตัว จึงไม่มีสิทธิ์ ไม่มีส่วนในกุศลผลบุญ ของผู้ใด คำโบราณ ที่บอกต่อๆกันมา คือ กรรมฆ่าตัวตาย ต้องไปเกิดเป็นหมา๕๐๐ชาติ บุญกุศลก่อนตายก็ไม่มี ตายเป็นผีไร้ซึ่งบุญกุศล เป็นมนุษย์ไม่มีความเข้มแข็ง ไม่ฝึกความอดทน เกิดเป็นคน ไม่ดิ้นรนหาหนทาง แล้วนับประสาอะไร เมื่อตายกลายเป็นผี จะมีหนทางที่ดีให้เดินได้ไฉน ตอนเป็นมนุษย์ ไม่สร้างสิ่งดีไว้ก่อนที่จะตาย เมื่อสิ้นอายุขัยตายไป จะได้มีหนทาง เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา ให้ถึงเวลาที่สังขารรับไม่ไหว แล้วค่อยไปสู่หนทางแห่งความตาย ไม่ต้องรีบ วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไป ไวประดุจดั่งกระพริบตา หากมีสิ่งใดเข้ามากระทบในชีวิต จงเร่งคิดแก้ไขให้เร็วรี่ กำจัดสิ่งที่เข้ามากระทบให้มลายไปทันที เพียงแค่นี้ สิ่งที่เข้ามากระทบก็จะหนีจะห่างไกล มีเหตุผลมากมายในการฆ่าตัวตายของมนุษย์ เมื่อรู้ถึงเหตุผลแล้วคิดที่จะแก้ไข มนุษย์ทั้งหลายคงไม่ต้องฆ่าตัวตาย เพราะสุดท้ายก็ต้องตายหมดสิ้นกรรม
วิธีแก้ หากเป็นเรื่องหนี้สิน ติดหนี้เขาก็ต้องหามาใช้คืน หากเป็นเรื่องผิดหวังในความรัก รักเขาแต่เขาไม่รัก แล้วจะรักไปทำไมหนา ไม่รักตัวเอง แล้วใครเขาจะมารัก จะไปเรียกร้องความรักจากผู้ใด ตัวของตนยังคิดจะทำลาย พลังแห่งความผิดหวัง จึงเข้าไปทำลาย ผู้ที่ไม่รักตนเอง หากเป็นเรื่องการถูกนินทาว่าร้าย ทำให้เสื่อมเสียและอับอายทั้งหลายหนา ต้องรู้ว่า ตนเองนั้น มีดีกว่า ผู้นินทา แค่วาจา ทำร้ายผู้ดีกว่า ไม่ได้เอย ติฉินนินทา มีแต่ไพร่ สถุล สกุลต่ำ ผู้ดี เขาไม่ว่าใครหรอกหนา คนมีการอบรมสั่งสอนที่ดีในวิญญา ถูกสอนมา ไม่ก้าวก่าย เรื่องของใคร ให้มองผู้นินทาทั้งหลายว่า ต่ำกว่าตน จิตของตนต้องเข้มแข็งกว่า พวกจัณฑาล อย่าอ่อนไหว ฝึกสันดานให้ดีๆ เรื่องแค่นี้ไม่ได้ทำให้ใครตาย ไม่สนใจคำพูดของใคร ที่นินทาจะดีไหม สนใจแล้ว ก่อเกิดทุกข์ แล้วจะสนไปทำไม ทำตนเองให้สูงกว่า อย่าเป็นเช่น จัณฑาล หากเป็นเรื่องธุรกิจที่ล้มเหลว ล้มแล้วลุกขึ้นมาเร่งสร้างใหม่ ตอนเกิดมา ก็ไม่ได้มีอะไร หากต้องเริ่มต้นใหม่ คงไม่ยาก ถ้าพยายาม ถึงแม้ไม่เหมือนเดิม ยังดีกว่า ท้อแท้ และสิ้นหวัง ฝึกจิตของตนให้เป็นผู้กล้า ทำตนให้มีพลัง ไม่ยอมพ่ายแพ้ ต่อโชคชะตา มีความมุ่งมั่น ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคทั้งหลาย เอาชนะความล้มเหลวในชีวิต หากทำได้ คือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ ชนะใคร ก็ไม่เท่ากับ ชนะใจของตนเอง

วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2563

อัตตา และ อนัตตา

ผู้ที่ไม่มีอนาคต คือผู้ที่ได้ชื่อว่า "ตายไปแล้ว" ไม่มีคำว่า"วันพรุ่งนี้"สำหรับผู้ที่ตายไปแล้ว ผู้ที่ยึดติดอยู่กับความตาย ไม่ต่างอะไร กับผู้ที่ไร้ซึ่งชีวิต ว่างเปล่า ไร้ตัวตน ระลึกนึกถึงอยู่กับเหตุแห่งความตาย จนลืมที่จะระลึกนึกถึง ความเป็นจริง ของการมีชีวิตอยู่ พยายามดึงเอาเหตุแห่งความตายไปใส่ตัวของตนอยู่เป็นอันมาก เหตุเพราะไม่ปรารถนา จะดำรงไว้ซึ่งชืวิตของตน ไม่ดำเนินชีวิตในแบบที่มนุษย์เขาเป็นอยู่กัน ผู้ที่ไร้ซึ่งอนาคตทั้งหลาย จึงมักจะกระทำตน ให้เหมือนผู้ที่อยู่ในโลกของความตาย ไม่กิน ไม่หลับ ไม่นอน ไม่ทำงาน ไม่นึกถึงอนาคต ไม่ดูแลแม้กระทั่งสังขารของตน พร่ำท่องบ่นปลุกวิญญาณเรียกความตาย เลี้ยงผี เลี้ยงความตาย เลี้ยงอสูรกายไว้ในใจตน
ผู้ที่ไม่ต้องดูแลสิ่งมีชีวิตใดๆแม้กระทั่งชีวิตของตนเองก็ไม่มีให้ดูแลคือ ผู้ที่ตายไปแล้วทั้งหลายเหล่านั้น ผู้ที่ยึดติดอยู่กับชีวิตของผู้อื่น คือ ผู้ที่ไม่มีชีวิตเป็นของตนเอง เปรียบประดุจดัง ภูติผีและวิญญาณที่มักจะยึดติดอยู่กับชีวิตของผู้อื่น เพราะไม่มีรูปกายสังขารเป็นของตนเอง ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตน จึงต้องอาศัยอยู่กับผู้อื่น จนกว่าจะถึงเวลาไปสู่ยมโลก ไปอยู่ยังสถานที่ๆจัดไว้ให้กับผู้ที่ไร้ซึ่งชีวิต ได้เดินทางต่อไป อีกภพภูมินึงตามกรรมที่ได้สร้างมา
สิ่งที่ผู้มีชีวิตพึงกระทำคือ เมื่อได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นมา ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด จะรวยหรือว่าจน ไม่ใช่สิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิต ความสำคัญในการดำเนินชีวิตคือ ความเป็นอยู่ที่สงบ ไม่วุ่นวาย พอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ ใช้เวลาในแต่ละวันให้คุ้มกับที่ได้เกิดมา เพราะเวลาชีวิตของมนุษย์ไม่แน่นอน
ไม่มีสิ่งใดจะผูกมัดจิตวิญญาณ นอกจากบาปอกุศลที่ทำ ไม่มีสิ่งใดจะแก้ในเหตุแห่งบาปอกุศล นอกจากจิตวิญญาณของผู้ที่หลุดพ้น นึกถึงปัจจุบัน และอนาคต นั่นคือสิ่งที่จะทำให้มนุษย์ดำรงคงอยู่นึกถึงอดีต นึกถึงสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ นั่นทำให้จิตวิญญาณของมนุษย์ถดถอย ไร้ซึ่งพลัง และไม่คิดถึงอนาคตของวันต่อไป ว่าตนเองจะต้องทำสิ่งใดเพื่อให้ได้ และมี ในวันพรุ่งนี้

Translate