ความเชื่อ just believe

วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2562

เขียนเพื่อเตือน

คำตัดสินในโลกของวิญญาณ ผู้เขียนจะเห็นเป็นบางครั้ง เห็นท่านยมบาลกำลังคุยกับวิญญาณที่ไปฟ้องท่านว่า "ที่ต้องไร้บุญกุศล ไปผุดไปเกิดไม่ได้ เพราะถูกพวกเดรัจฉานวิชาใช้ให้ไปเบียดเบียนคิดร้ายผู้คน" ท่านจึงกล่าวออกมาว่า "เห็นมั๊ย เจ้าเห็นแล้วใช่ไหม ไปจัดการซะ หากเจ้าทำไม่ได้ เราจะไปจัดการเอง" แล้วท่านก็กล่าวอีกประโยคหนึ่งว่า "เบียดเบียนดวงจิต ของผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ เบียดเบียนดวงจิต ของผู้ที่ตายไปแล้ว เป็นบาปมหันต์ บุญกุศลใดๆ ก็ลบล้างบาปกรรมที่ทำไว้ไม่ได้"


และมีชายหญิงคู่หนึ่ง ท่านได้กล่าวกับชายหญิงคู่นั้นว่า "บัดนี้ บุตรของพวกเจ้า ได้ก่อบาปทำเวรกับมนุษย์ไว้มากมาย พวกเจ้าจึงต้องชดใช้กรรม" ทำให้ผู้เขียนได้รู้ว่า "บุญกุศลส่งถึงบุพพการีได้ บาปอกุศลก็ส่งถึงได้เช่นกัน

วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2562

รู้..เมื่อถึงเวลา

ไม่ต้องนั่งสมาธิ ไม่ต้องนั่งทางใน ก็สามารถเห็นในอีกมิตินึงได้ หากในอีกมิตินึงอยากให้เห็น เรื่องนี้เกิดขึ้นกับผู้เขียนเอง เมื่อหลายปีก่อนผู้เขียนทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ และพักอาศัยอยู่ในอพาร์ตเม้นต์แห่งหนึ่ง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่ผู้เขียนนั่งดูโทรทัศน์ และกำลังรับประทานอาหาร อยู่ดีๆก็เห็นตนเองไปยืนอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่ง เป็นพื้นดินที่มีทางคดเคี้ยว มีอุโมงค์เหมือนเป็นถ้ำหลายๆช่อง ผู้เขียนก็งงว่าไปยืนอยู่ที่นั่นได้อย่างไร จึงเดินไปเรื่อยๆเพื่อหาทางออก ช่วงระหว่างทางที่เดินไป ทางด้านซ้ายมือของผู้เขียน  มีใครก็ไม่รู้ รูปร่าง ลักษณะ หน้าตาดูคล้ายๆกัน ทุกคนมีสีเทาทั้งตัว ยืนเบียดกันอยู่ที่พื้นดินด้านล่าง ต่ำกว่าจุดที่ผู้เขียนยืนอยู่ ยืนกันอยู่เยอะแยะมากมาย ถ้านับเป็นระยะทาง คงยาวเป็นกิโล ตอนแรกผู้เขียนได้แต่มอง และเดินผ่านไป ในใจก็ได้แต่คิดว่า สิ่งที่เห็น คืออะไร แล้วฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า แผ่เมตตาให้เขาหน่อย คงไม่เป็นไร จึงเดินย้อนกลับไป เมื่อเดินไปถึงในจุดที่ผ่านมา ก็มีผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นมาว่า "ช่วยไปบอกญาติพี่น้องของพวกเรา ให้ทำบุญให้พวกเราบ้าง บุญกุศลของพวกเรามีไม่มากพอที่จะไปเกิด หากบุญกุศลของพวกเรามีมากพอ พวกเราจะได้หลุดพ้นจากนรกขุมนี้ซะที" ผู้เขียนจึงตอบกลับไปว่า"เราไม่รู้จักกับญาติพี่น้องของพวกเจ้า แล้วเราจะไปบอกกับญาติพี่น้องของพวกเจ้าได้อย่างไร เราแผ่เมตตาให้พวกเจ้าก็แล้วกัน เผื่อจะช่วยบรรเทาความทุกข์ของพวกเจ้าได้บ้าง อิทัง สัพพะสัตตานังโหนตุ สุขิตาโหนตุ สัพเพสัตตา ความทุกข์ของพวกเจ้าทั้งหลาย จงทุเลาเบาบางลงไปเถิด"พูดจบผู้เขียนก็เดินต่อไป เพื่อหาทางออก พลันสายตาก็เหลือบไปเห็น ทางด้านขวามือ มีชายผู้หนึ่งรูปร่างท้วม แต่งองค์ทรงเครื่อง ผู้เขียนรู้ทันทีว่า ไม่ใช่ธรรมดาทั่วไปอย่างแน่นอน กำลังนั่งอ่านตำราอะไรบางอย่างอยู่ อยากจะไปถามถึงทางออก แต่ก็คิดขึ้นมาได้ว่า อย่าไปรบกวนท่านดีกว่า เดินหาทางออกเองแล้วกัน ช่วงที่กำลังเดินอยู่นั้น สักพักก็รู้สึกว่า ตัวเองกำลังนั่งรับประทานอาหารและดูโทรทัศน์ ก็ยังงงกับสิ่งที่เห็นว่า เกิดขึ้นได้อย่างไร หลังจากนั้น ก็จะได้เห็นได้ยิน ได้ฟังถึงคำตัดสิน บัญชีกรรม ณ.สถานที่แห่งนั้น อยู่บ่อยครั้ง แล้วจะเขียนให้ได้อ่านในตอนต่อไป

Translate