คติสอนใจบทนี้ได้มาจากความฝัน
ในฝันเห็นหญิงชายคู่หนึ่งที่ผู้เขียนไม่รู้จัก นั่งอยู่ในห้องๆหนึ่ง กำลังทำอะไรบางอย่าง
ผู้เขียนเดินเข้าไปแล้วก็เหมือนกับได้ต่อว่าสองคนนั้นว่า "แกสองคนผัวเมียนี่เอง ที่คิดไม่ดีกับฉัน ที่ผ่านมาทั้งหมดเป็นฝีมือของแกสองคนผัวเมียใช่มั๊ย ใจสกปรกของพวกแก ล้างเท่าไหร่ก็ล้างไม่ออก" สองคนผัวเมียก็ได้แต่นิ่งฟัง เหมือนสำนึกผิด พอตื่นขึ้นมาจึงได้เขียนคติสอนใจบทนี้ บางครั้งความฝันก็เหมือนกับเป็นการเตือนเรา
ให้ได้รู้และมีสติมากขึ้น
อีกความฝันนึง ผู้เขียนฝันว่า ท่องคาถาถอน
ในฝันผู้เขียนเดินไปหยุดยืนที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง เป็นบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ มีรั้วไม้สีขาวเป็นบ้านเดี่ยวอยู่ในสวน ในฝันผู้เขียนพูดว่า "บ้านหลังนี้เองเหรอ ที่ทำคุณไสยใส่เรา" พูดเสร็จก็ท่องคาถาถอน ที่ผู้เขียนฝันแบบนี้คงเป็นเพราะว่า จะมีบางอย่างคอยบอกคอยเตือน ให้ผู้เขียนรู้ตัวเสมอ แต่แปลกใจตรงที่ไปจัดการกับผู้อื่นแม้ในฝัน ท่องคาถาถอนได้แม้ในฝัน
แต่มีคาถาบทนึงที่ผีมาบอกในฝันว่าใช้ไม่ได้ผลกับมัน คือ คำสวดที่ว่า นิ โส สะ อะ บทนี้ผีไม่กลัว สงสัยคงเป็นผีปอบ เพราะผีปอบต้องท่องคาถาของผีปอบเท่านั้น ทุกวันนี้ผู้เขียนท่องแต่คาถาของพญามัจจุราช เพื่อเตือนสติตนเองว่า เมื่อถึงกาลเวลา ทุกคนต่างหนีไม่พ้น อยู่ภายใต้กฏของกาลเวลา...
