ความเชื่อ just believe

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

วิธีหลุดพ้นจากบ่วงเวร

ไม่เอาจิตวิญญาณของตนไปผูกมัดอยู่กับผู้ใด ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น ไม่เบียดเบียนผู้อื่นด้วยวจีกรรม มโนกรรม และกายกรรม พึงระลึกนึกถึงกรรมดี ที่เคยสร้างมา  ทำบุญอย่าหวังผล ทำทานอย่าหวังสิ่งตอบแทน จึงจะเป็นบุญกุศลที่บริสุทธิ์ เพราะทำไปด้วยความปรารถนาดี ผลดีก็จะตอบแทนกลับคืน โดยไม่ต้องไปขอต่อสิ่งใด ความปรารถนาดีต่อผู้อื่น ปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ ชี้หนทางแห่งการหลุดพ้น จากการเวียนว่ายตายเกิด หลุดพ้นจากวงเวียนของเวรกรรม ดังเช่นพระพุทธเจ้า และศาสดาของทุกศาสนา ได้กระทำการเผยแพร่ในสิ่งที่ได้ทำสำเร็จแล้ว พบหนทางแห่งการหลุดพ้นแล้ว จึงพร่ำสอนและบอกกล่าวกับผู้คนให้ได้รู้ เพื่อจะได้ ไม่ต้องทุกข์อยู่ในวัฏฏะสงสาร

การมุ่งร้ายผู้อื่น เป็นทุกข์อย่างหนึ่ง  การปรารถนาดีต่อผู้อื่น เป็นสุขอย่างหนึ่ง

การไม่เสาะแสวงหาในเหตุแห่งทุกข์ ไม่เอาจิตวิญญาณของตน ไปเกาะเกี่ยวอยู่กับทุกข์ทั้งหลาย ไม่เข้าไปหาเหตุแห่งความเดือดร้อนทั้งปวง ไม่คบจิตวิญญาณที่พาไปสู่หนทางแห่งความเสื่อม มารร้าย จิตภูติที่ชั่วร้าย ผู้ที่กระทำกรรมที่เปรตเคยกระทำไว้ทั้งหลาย มนุสสเปโต เปรตที่อาศัยอยู่ในใจคน ผู้ที่ปรารถนาจะเป็นเปรตนั้นทั้งหลาย อสุรกาย เป็นมารที่ไม่แสดงตัวตน แต่จะมีอยู่ในจิตภูติของผู้ที่เบียดเบียนผู้อื่นด้วยสิ่งที่ไร้ตัวตน จะคอยยุและเสี้ยมให้กระทำกรรมที่ต้องติดอยู่ในบ่วงของเวรกรรม เปรียบประหนึ่งดังพระเทวทัตที่ยุและเสี้ยมพระเจ้าอชาตศัตรูให้คิดกำจัดพระราชบิดาด้วยวิธีการต่างๆ สุดท้ายถึงแม้จะสำนึกได้ ก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไข ในบ่วงของเวรกรรม อเสวนาจะพาลานัง คบจิตวิญญาณที่เป็นมาร พาลพาไปหาผิด                         ไม่มีมิตรแท้ ในหมู่มาร

หลุดพ้นจากบ่วงเวรได้ด้วยจิตวิญญาณที่ไม่ผูกมัด ไม่ยึดติด ไม่ข้องเกี่ยว ไม่พบ ไม่เจอ ไม่ปรารถนา ไม่ระลึก ไม่นึกถึง ไม่เสาะแสวงหา ไม่เสวนา ในบาปทั้งปวง..


Translate